SSD มีผลต่อการเล่นเกมอย่างไร

ไฮไลท์:

  • SSD ทำงานได้โดยไม่ต้องเคลื่อนไหวชิ้นส่วนใด ๆ ทำให้มีความได้เปรียบมากกว่า HDD

  • การเริ่มต้นเกมและการโหลดระหว่างเลเวลรวดเร็วยิ่งขึ้นเมื่อติดตั้งบน SSD

  • SSD ให้ประสบการณ์ที่ราบรื่นกว่าสำหรับเกมที่สตรีมทรัพยากรจากพื้นที่จัดเก็บข้อมูล

  • เทคโนโลยี I/O ใหม่เริ่มใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของ SSD

  • หน่วยความจำ Intel® Optane™ ให้ความได้เปรียบด้านความหน่วงแฝงมากกว่า NAND ถึง 10 เท่า

BUILT IN - ARTICLE INTRO SECOND COMPONENT

ดูว่าการใช้ไดร์ฟ Solid State (SSD) เพื่อการเช่นเกมให้เวลาการโหลดที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และพัฒนาประสบการณ์เล่นเกมที่ดียิ่งกว่าได้อย่างไร1 2

เมื่อประกอบ หรือซื้อพีซีสำหรับการเล่นเกมเครื่องใหม่ การเลือกพื้นที่จัดเก็บนั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การตัดสินผลจากการทำงานของไดร์ฟแต่ละแบบนั้นไม่ง่ายเหมือนกับการตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานของ CPU และ GPU

อาจสามารถตั้งคำถามได้ง่าย ๆ: การเล่นเกมผ่าน SSD นั้นมีความรวดเร็วกว่าการเล่นบน HDD หรือไม่ SSD นั้นมีข้อดีมากกว่าการพัฒนาเวลาการบู๊ตหรือไม่

การตอบคำถามเหล่านี้ และอื่น ๆ ได้นั้น ลองพิจารณาจากคุณลักษณะพื้นฐานของพื้นที่จัดเก็บ และเรียนรู้ผลของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่มีต่อการเล่นเกม

ทำไมความจุถึงมีความสำคัญ

ความจุคือสเปคหนึ่งที่คุณจะเห็นเป็นรายการแรกเมื่อมองหาไดร์ฟพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ดังนั้นจึงควรเริ่มจากจุดนี้

คุณต้องใช้พื้นที่มากในการเล่นเกมพีซีสมัยใหม่ ขนาดการติดตั้งนั้นเพิ่มขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเกมที่ออกล่าสุดอย่าง Call of Duty: Modern Warfare ยังใช้พื้นที่ถึง 200GB ทั้งหมด

ทำไมขนาดการติดตั้งของเกมนั้นถึงมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญเนื่องจากประกอบด้วยคุณลักษณะอย่างความละเอียดของทรัพยกรที่สูงขึ้น เช่นพื้นผิว4K ซึ่งมีหน่วยความจำที่ใหญ่ขึ้น แม้ว่าผู้พัฒนาจะใช้อัลกอริธึมบีบอัดภาพเพื่อลดขนาดของทรัพยากรที่จัดเก็บ แต่พื้นผิวที่มีความละเอียดสูงนั้นจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่มากขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น Unreal 4 engine ที่ระบุชัดเจนว่า 4K texture อาจใช้ถึงพื้นที่ตั้งแต่ 10.6 - 20.3 MB โดยใช้การบีบอัดข้อมูลร่วมด้วย

เกมนั้นมีการบีบอัดข้อมูลทรัพยากรภาพ, วิดีโอ และเสียงที่แตกต่างกันไป เนื่องจากข้อมูลที่ถูกบีบอัดเช่นไฟล์เสียงนั้นเพิ่มการทำงานให้กับ CPU ในบางครั้งผู้พัฒนาจึงเลือกที่จะใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกบีบอัด (เพิ่มขนาดในการติดตั้ง) เพื่อให้เกมดำเนินอย่างราบรื่นในเครื่องคอมที่มีสเปคต่ำ

ในขณะที่ไม่ได้มีทุกเกมที่ต้องใช้พื้นที่มากกเท่า Modern Warfare หรือ Red Dead Redemption 2 (150GB) รายการระดับ AAA นั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขนาดการติดตั้งเมื่อคุณภาพและความซับซ้อนของทรัพยากรนั้นเพิ่มขึ้นเช่นกัน

หากยกตัวอย่าง Windows 10 ที่ใช้พื้นที่ 20GB จะเห็นได้ชัดเจนว่าไดร์ฟที่มีขนาดเล็กอย่าง SSD 256GM นั้นเกือบที่จะเต็มเพียงหลังการติดตั้ง ไม่ว่าคุณจะเลือกโซลูชันพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแบบใด หากคุณต้องการที่จะติดตั้งเกมที่ออกใหม่หลายรายการในเวลาเดียวกันนั้น คุณต้องมีอย่างน้อยพื้นที่ 500 GB ในไดร์ฟหลัก

และนอกเหนือจากนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนบุคคล ผู้เล่นเกมบางรายอาจต้องการติดตั้งแค่บางเกมบนพีซีในเวลาเดียวกัน ในขณะที่บางรายอาจต้องการเทราไบต์เพิ่มขึ้นเพื่อจัดการรายการเกม และบันทึกภาพไฮไลต์การเล่น

HDD SDD และการเล่นเกม

SSD ตามปกติจะมีประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า HDD ในการเล่นเกม โดยมีความโดดเด่น ประสิทธิภาพหลักอย่าง ความเร็วในการอ่าน/เขียน และมีความน่าเชื่อถือโดยรวม เราจะพิจารณาเหตุผลที่ทำไมช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพในการทำงานนั้นมีอยู่ ด้านล่างนี้

HDD

HDD ใช้ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว ภายใน HDD มีแขนหัวอ่านที่เคลื่อนที่เป็นรูปวงกลมบนจานหมุนเพื่อรับหรือบันทึกข้อมูล

เนื่องจากแขนหัวอ่านนั้นต้องใช้เวลาและความหน่วงของการหมุ่นของจานหมุน HDD จึงมีทำให้การอ่าน/เขียนแบบสุ่มมีความช้าลงกว่า SSD เมื่อคุณกำลังเล่นเกม ความล่าช้าเหล่านี้อาจทำให้พบกับการรอการโหลดแต่ละระดับหรือการโหลดทรัพยากรที่นานขึ้น และอาจเกิดการกระตุกหรือค้างเป็นบางคราวเมื่อเกมต้องดึงข้อมูลทรัพยากรจากดิสก์

SSD

SSD คือวงจรที่ฝังในตัวโดยไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ แทนการใช้สื่อแม่เหล็ก SSD จะใช้หน่วยความจำแฟลช NAND ที่สามารถอ่าน/เขียนด้วยความเร็วขั้นสูง พร้อมความหน่วงต่ำเมื่อเทียบกับ HDD

เมื่อคุณอัปเกรดจาก HDD มาเป็น SSD ที่มีประสิทธิภาพสูง คุณจะเห็นประโยชน์ที่ได้รับอย่างชัดเจน พีซีของคุณจะบู๊ตได้เร็วยิ่งขึ้น การเริ่มต้นเกมและการโหลดระหว่างระดับจะรวดเร็วขึ้น ประกอบด้วยการกระตุกที่เกิดจากการดึงทรัพยากรจากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลจะเกิดขึ้นน้อยลง

หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง HDD และ SSD อย่างเจาะจง สามารถดูได้ที่คู่มือฉบับเต็มของเรา

Intel® Optane™

หน่วยความจำ Intel® Optane™ นั้นแตกต่างจาก SSD ทั่วไปโดยมีการใช้สื่อหน่วยความจำ Intel® Optane™ ที่มีความหน่วงต่ำแทนการใช้แฟลช NAND ในการทดสอบการอ่าน/เขียน สื่อหน่วยความจำ Intel® Optane™ สามารถแสดงความได้เปรียบด้านความหน่วงแฝงที่สูงขึ้น 10 เท่ามากกว่า NAND ซึ่งหมายความถึงการเข้าถึงข้อมูลของคุณได้รวดเร็วกว่า

อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลอย่าง Intel® Optane™ H10 นั้นใช้เทคโนโลยี Optane ในการเร่งความเร็วการเข้าถึงแอพพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยผ่านซอฟต์แวร์อย่าง Rapid Storage Technology ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการโหลดเกมที่รวดเร็วกว่า และให้ประสบการณ์การเล่นเกมโดยรวมที่มีความราบรื่นกว่า

ข้อดีของการเล่นเกมผ่าน SSD

SSD นั้นเริ่มใช้งานแพร่หลายขึ้นในพีซีสำหรับการเล่นเกม และจะกลายเป็นมาตรฐานสำหรับการเล่นเกมแบบคอนโซลในยุคต่อไป ยังมีเหตุผลเพิ่มเติมถึงการนิยมอย่างแพร่หลาย:

  • เวลาบู๊ต OS ที่รวดเร็วขึ้น การติดตั้ง SSD หมายถึงเวลาในการรอระบบทำงานเริ่มต้นที่น้อยลง ก่อนที่คุณจะเล่นเกมหรือใช้งานอย่างอื่น พีซีใหม่ที่ใช้ SSD มักบู๊ตในเวลาเพียงเศษเสี้ยวเวลาเมื่อเทียบกับ HDD ความเร็วในการส่งข้อมูลที่เหนือกว่าของ SSD นั้นทำให้สามารถประหยัดเวลาการรอ
  • มีเวลาในการโหลดที่เร็วกว่า ความแตกต่างระหว่าง SSD และ HDD ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเวลาที่คุณต้องใช้เพื่อรอเกมโหลด ประโยชน์ที่ได้รับนั้นมีความชัดเจน SSD สามารถช่วยคุณประหยัดเวลาสองสามนาทีในการรอการโหลดระหว่างการเล่นทุกระดับ และการรอเวลาในระดับชั่วโมงในระยะยาว
  • การเล่นเกมที่ราบรื่นยิ่งขึ้น มีหลากหลายเกมที่ใช้การอ่านและเขียนนับพันครั้งขณะการเล่น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการส่งต่อข้อมูลกว่าร้อยเมกะไบต์ การอัปเกรดเป็น SSD จะไม่เพิ่ม FPS แต่สามารถมีผลที่ยกระดับการเล่นเกมประเภทเปิดโลกกว้างที่มีเอนจิ้นเกมซึ่งโหลดพื้นที่หรือพื้นผิวใหม่ระหว่างการเล่น บน HDD เวลาที่หัวแขนอ่านทำการอ่าน/เขียน และความหน่วงจากการหมุนของจานแม่เหล็กด้านล่างทำให้เกิดความหน่วง ซึ่งเป็นสาเหตุของการกระตุก เมื่อทำการเปรียบเทียบแล้ว แบนด์วิดธ์ที่มากกว่าและความหน่วงที่ลดลงของ SSD นั้นช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลที่เรียกมีความรวดเร็ว และสามารถหลีกเลี่ยงการกระตุกได้

ในอดีต ผู้พัฒนาเกมนั้นถูกจัดกัดด้วยข้อจำกัดของประสิทธิภาพ HDD เนื่องจากเกมที่ใช้ได้หลากหลายแพลตฟอร์มนั้นต้องอาศัยคอนโซลที่อิงกับการใช้งานบน HDD ทำให้ผู้พัฒนาไม่สามารถนำข้อดีของ SSD ในแง่ของความเร็วมาใช้ในการออกแบบเกมได้อย่างเต็มที่

คอนโซลในยุคข้างหน้าจะเปลี่ยนโฉมทั้งหมด โดยจะใช้ทั้ง NVMe SSDs นอกจากนี้ เทคโนโลยีอย่าง DirectStorage API ของ Microsoft ยังช่วยให้เกมประมวลผลคำขอ I/O ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหมายความว่าแทนที่จะออกแบบเกมที่คำนึงถึงปัญหาคอขวด I/O ที่เกิดจากการจัดเก็บข้อมูลที่ช้า ในวันนี้ผู้สร้างเกมสามารถออกแบบเกมที่เทียบเท่ากับประสิทธิภาพของไดร์ฟ NVMe

ดังนั้นเกมประเภทเปิดโลกกว้างจึงสามารถมีสิ่งของเพิ่มขึ้นได้ ด้วยงบประมาณการสตรีมทรัพยาการที่เพิ่มขึ้น ในส่วนที่ออกแบบเพื่อการลดความเร็วของผู้เล่น เช่นทางเดินที่แคบหรือลิฟท์ อาจไม่จำเป็นต้องมีเพื่อฆ่าเวลาในการโหลดพื้นผิวหรือโซนใหม่อีกต่อไป

เทคโนโลยีเหล่านี้รับประกันอนาคตที่ให้ประโยชน์จาก NVMe นั้นจะทำงานอย่างราบรื่นปราศจากปัญหา ซึ่งจะส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นเกมอย่างเห็นได้ชัด

วิธีการเลือก SSD ที่เหมาะสมสำหรับการเล่นเกม

เมื่อผู้พัฒนาเริ่มใช้เทคโนโลยี I/O ไปป์ไลน์ใหม่ ซึ่งใช้แบนด์วิธด์ของอุปกรณ์ NVMe การติดตั้งไดร์ฟ NVMe ใหม่เช่น Intel® SSD ซีรี่ส์ 665p (1-2TB) จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเล่นเกมอย่างเห็นได้ชัด การอัปเกรดจะสามารถรับประกันการพร้อมใช้งานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์ไปอีกขั้น

ในขณะที่การหา CPU หรือ GPU นั้นคือปัจจัยหลักในการประกอบพีซี การเลือก SSD ก็เริ่มเป็นตัวเลือกที่มีความสำคัญเช่นกัน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพ

1

ซอฟต์แวร์และปริมาณงานที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพอาจมีการปรับให้มีประสิทธิภาพสูงสุดบนไมโครโปรเซสเซอร์ของ Intel® เท่านั้น

2

ผลลัพธ์ประสิทธิภาพอ้างอิงตามการทดสอบในวันที่ที่ระบุดังที่แสดงในการกำหนดค่า และอาจไม่แสดงถึงการอัปเดตความปลอดภัยที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ดูการสำรองข้อมูลสำหรับรายละเอียดการกำหนดค่า ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบใดที่จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ