โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ทำงานอย่างไร

การรองรับเจนเนอเรชั่นถัดไป การโอเวอร์คล็อกที่ดียิ่งขึ้น ดีไซน์แบบไฮบริดอันล้ำสมัย ดูว่าเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ทำอะไรได้บ้าง

จุดเด่น:

  • เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 นำ Performance-cores (P-cores) อันทรงพลังมาทำงานคู่กับ Efficient-cores (E-cores) เพื่อมอบประสบการณ์การเล่นเกมและการประมวลผลที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

  • Intel® Thread Director จะทำการตัดสินใจกำหนดเวลาสำหรับแต่ละเวิร์คโหลดอย่างเหมาะสมที่สุดเมื่อกำหนดเธรดให้กับคอร์

  • เลือกได้ว่าจะใช้ RAM DDR4 หรือ DDR5 ใหม่ที่เร็วกว่า

  • สัมผัสความเร็วการรับส่งข้อมูลที่ล้ำยุคด้วยการรองรับ GPU และ SSD มาตรฐาน PCIe 5.0

  • รับการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นเกือบ 3 เท่า1 และความหน่วงที่ลดลงสูงสุด 75 เปอร์เซ็นต์2จาก Intel® Wi-Fi 6E

author-image

โดย

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 มาแล้ว และครั้งนี้มาพร้อมกับความสามารถที่มากยิ่งกว่าที่เคย เช่น Intel® Core™ i9-13900K ที่มาพร้อมคอร์สูงสุด 24 คอร์, 32 เธรด และความถี่เทอร์โบสูงสุด 5.8GHz จึงเหมาะสำหรับการเล่นเกมที่ FPS สูงและรันแอปพลิเคชันที่ใช้ทรัพยากรอย่างหนักหน่วง

นอกจากความเร็วสัญญาณนาฬิกาและคอร์ที่สูงกว่าแล้ว เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ยังมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่เสริมประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก และที่โดดเด่นที่สุดก็คือดีไซน์สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดล่าสุดของ Intel เทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้เปิดตัวครั้งแรกในเจนเนอเรชั่น 12 โดยเพิ่มประสิทธิภาพของคอร์และให้การเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์คโหลดแบบอัจฉริยะด้วยการรวมสถาปัตยกรรมขนาดเล็กของคอร์ 2 ตัวไว้ในแผงวงจรเดียว ในขณะเดียวกัน Intel® Thread Director3 ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระหว่างที่ทำงานแบบมัลติทาสกิ้ง

อีกส่วนสำคัญที่เพิ่มเข้ามาคือการรองรับมาตรฐานและข้อกำหนดอันล้ำสมัยอย่างครอบคลุม ในแพลตฟอร์มเจนเนอเรชั่น 13 คุณจะได้ใช้งานส่วนประกอบต่างๆ ของพีซีที่ทรงพลังและเป็นรุ่นล่าสุด อาทิ หน่วยความจำ DDR5, อุปกรณ์ PCIe 5.0 และ 4.0, เราเตอร์ Wi-Fi 6E ที่รองรับการเชื่อมต่อที่เร็วกว่าเกือบ 3 เท่า1 และอุปกรณ์ภายนอกและจอภาพที่ดีที่สุดจากการรองรับ Thunderbolt 4

สงสัยใช่ไหมว่าทั้งหมดนี้มีประโยชน์อะไรสำหรับการเล่นเกม หลักๆ ก็คือคุณสามารถทำอะไรได้มากขึ้นด้วยเดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปเจนเนอเรชั่น 13 สำหรับเล่นเกม

มาเจาะลึกถึงความล้ำสมัยที่สำคัญๆ กัน

สำรวจตัวเลือก Intel® Core™ CPU เจนเนอเรชั่น 13 กันเลย

สถาปัตยกรรมไฮบริดเพื่อประสิทธิภาพคืออะไร

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 จะปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการทำงานและเล่นของคุณ เมื่อเล่นเกม โปรเซสเซอร์จะป้องกันไม่ให้งานเบื้องหลังเข้ามาขัดจังหวะหรือใช้คอร์ประสิทธิภาพสูง ทำให้เล่นได้อย่างไหลลื่นยิ่งขึ้น เมื่อคุณใช้กับงานประมวลผลทั่วไป เช่น การทำงานกับวิดีโอ 4K ไปพร้อมๆ กับฟังเพลงและบริหารจัดการช่องของคุณ เครื่องของคุณจะให้ประสบการณ์ใช้งานแบบทั่วทั้งระบบที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่น 13 รวมคอร์ 2 ประเภทเข้าไว้ด้วยกันในแผงวงจรเดียว ซึ่งได้แก่ Performance-cores (P-cores) อันทรงพลังและ Efficient-cores (E-cores) อันแสนยืดหยุ่น คอร์ทั้งสองประเภทนี้มีหน้าที่ต่างกัน

Performance-cores คือ:

  • คอร์ประสิทธิภาพสูงที่มีขนาดภายนอกใหญ่ขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ความเร็วสูงสุดโดยที่ยังคงประสิทธิภาพไว้
  • ปรับแต่งมาเพื่อความถี่เทอร์โบและ IPC (คำสั่งต่อรอบ) สูง
  • เหมาะสำหรับการประมวลผลงานแบบเธรดเดียวอันหนักหน่วงที่เอนจิ้นเกมมากมายต่างต้องการใช้
  • สามารถใช้เทคโนโลยี Hyper-Threading ที่ช่วยให้รันซอฟต์แวร์ 2 เธรดพร้อมกันได้

Efficient cores คือ

  • มีขนาดภายนอกที่เล็กกว่า โดยจะเห็นได้ว่าพื้นที่สำหรับ P-cores หนึ่งตัวสามารถรองรับ E-cores ได้หลายตัว
  • ออกแบบมาเพื่อให้ประสิทธิภาพ CPU สูงสุด โดยวัดจากค่าประสิทธิภาพต่อวัตต์
  • เหมาะสำหรับประสิทธิภาพมัลติเธรดแบบปรับขนาดได้ โดยทำงานกับ P-cores ได้อย่างสอดคล้องกันเพื่อเร่งความเร็วให้กับงานที่ต้องใช้คอร์อย่างหนักหน่วง (เช่น ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ)
  • เพิ่มประสิทธิภาพมาเพื่อให้รันงานเบื้องหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานที่เล็กกว่าสามารถจ่ายออกไปยัง E-cores ได้ เช่น การจัดการ Discord หรือซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส เพื่อปล่อยให้ P-cores ดำเนินการขับเคลื่อนประสิทธิภาพการเล่นเกมได้อย่างอิสระ
  • สามารถรันซอฟต์แวร์เธรดเดียวได้

Hyper-threading คืออะไร ค้นหาได้ที่นี่

Intel® Thread Director คืออะไร

Intel® Thread Director มอบความมหัศจรรย์เบื้องหลังที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบบไฮบริดให้ถึงขีดสุด

Thread Director ที่ติดตั้งมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์โดยตรง3จะใช้การเรียนรู้ของเครื่องเพื่อกำหนดเวลาในการจ่ายงานไปยังคอร์ที่เหมาะสมในเวลาที่ควรจะเป็น (แทนที่จะอิงตามกฎแบบคงที่) ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่า Performance-cores และ Efficient-cores จะทำงานอย่างสอดคล้องกัน งานเบื้องหลังจะไม่ทำให้เครื่องคุณช้า และคุณสามารถเปิดแอปพร้อมๆ กันได้มากขึ้น

การทำงานของ Intel® Thread Director เป็นดังนี้

  • จะตรวจสอบการผสมคำสั่งรันไทม์ของแต่ละเธรดและสถานะของแต่ละคอร์ด้วยความแม่นยำระดับนาโนวินาที
  • ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรันไทม์แก่ระบบปฏิบัติการเพื่อทำการตัดสินใจทางเลือกสำหรับเวิร์คโหลดใดๆ
  • โดยจะปรับคำแนะนำแบบไดนามิกตาม Thermal Design Point (TDP) ของระบบ สภาพแวดล้อมการทำงาน และการตั้งค่าพลังงาน

ด้วยการระบุคลาสของเวิร์คโหลดแต่ละรายการและการใช้กลไกการให้คะแนนคอร์ด้านพลังงานและประสิทธิภาพ ทำให้ Intel® Thread Director ช่วยจัดกำหนดเวลาเธรดให้กับระบบปฏิบัติการบนคอร์ที่ดีที่สุดสำหรับประสิทธิภาพหรือประสิทธิผล

ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็คือประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเมื่อเล่นเกมที่ต้องใช้การประมวลผลหนักๆ เช่น การสตรีมเกมและบันทึกฟุตเทจการเล่นเกมไปพร้อมๆ กัน คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วยค่า FPS ที่สูงขึ้น ผู้ติดตามของคุณก็จะได้ประสบการณ์รับชมที่ดียิ่งกว่าเดิมจากสตรีมคุณภาพที่สูงขึ้น และการบันทึกภาพการเล่นเกมของคุณก็จะดูดียิ่งขึ้น

ประโยชน์ของเทคโนโลยี Intel® Turbo Boost Max 3.0 คืออะไร

เทคโนโลยี Intel® Turbo Boost Max 3.0 ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้เธรดน้อยให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากรูปแบบภายในแผงวงจรระหว่างการผลิตทำให้เกิดคอร์ที่เร็วกว่าแบบอื่นๆ (รองรับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและแรงดันไฟฟ้าที่ต่ำกว่า) P-cores บางตัวจึงสามารถทำงานได้ดีกว่าตัวอื่นๆ

Turbo Boost Max 3.0 ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างเหล่านี้โดยการระบุ P-cores ที่ดีที่สุดภายในโปรเซสเซอร์และการกำหนดเส้นทางทำงานให้กับคอร์เหล่านั้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเพิ่มแรงดันไฟฟ้า ทำให้ CPU สามารถทำงานตามข้อกำหนด

Turbo Boost ต่างจากการโอเวอร์คล็อกอย่างไร ดูบทความของเราที่นี่

หน่วยความจำ DDR5 คืออะไร

แพลตฟอร์ม Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ให้ตัวเลือกที่สำคัญกับคุณในส่วนของหน่วยความจำว่าจะใช้ RAM DDR4 หรือ DDR5

DDR5 เป็นข้อกำหนดรุ่นต่อไปสำหรับ RAM และมาพร้อมกับการปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพมากมายเมื่อเปรียบเทียบกับ DDR4 ซึ่งเป็นมาตรฐานปัจจุบัน

  • ชุดแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้นด้วย Burst Length เป็นสองเท่า ซึ่งหมายถึงจำนวนบิตที่สามารถอ่านได้ต่อรอบเพิ่มเป็นสองเท่า
  • เจนเนอเรชั่น 13 รองรับความเร็วสูงสุด 5,600 MT/s สำหรับ DDR5 และ 3,200 MT/s สำหรับ DDR4
  • DDR5 สามารถมีความจุของ RAM ต่อโมดูลได้สูงสุด 128GB ในขณะที่ DDR4 มีได้เพียง 32GB
  • DDR5 จะเพิ่มจำนวนกลุ่มหน่วยความจำเป็นสองเท่าและเพิ่มความเร็วที่กลุ่มหน่วยความจำสามารถรีเฟรชได้

เมื่อใช้เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 คุณจะมีตัวเลือกในการสร้างระบบโดยใช้ RAM DDR4 ที่ผ่านการทดลองและทดสอบแล้ว หรือ DDR5 ใหม่ หากคุณยังต้องการใช้ DDR4 อยู่ โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ก็ยังคงมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็น DDR5 ได้เสมอ

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ทั้งหมดมาพร้อมกับการรองรับหน่วยความจำแบบปลดล็อค ทำให้มีอิสระมากกว่าในการปรับแต่งประสิทธิภาพ RAM ของคุณอย่างละเอียด ใช้โปรไฟล์ DDR5 บน Intel® Extreme Memory Profile 3.0 (XMP 3.0) เพื่อโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำของคุณอย่างง่ายดาย และสร้างโปรไฟล์แบบกำหนดเองใหม่เพื่อปรับพฤติกรรม

PCIe 5.0 คืออะไร

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 คือผู้นำของการเปลี่ยนผ่านสู่ PCIe 5.0 ของอุตสาหกรรม PCIe 5.0 เพิ่มแบนด์วิดท์เป็นสองเท่าของ 4.0 ซึ่งหมายความว่าระบบของคุณจะพร้อมสำหรับ SSD และ GPU แบบแยกรุ่นใหม่

PCIe คือบัสส่วนขยาย ซึ่งใช้ความสามารถในการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงประสิทธิภาพสูงเข้ากับเมนบอร์ด เช่น SSD และการ์ดกราฟิก PCIe แต่ละรุ่นจะมีการส่งถ่ายข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โดย PCIe 5.0 ให้ความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดตามทฤษฎีที่ 32 GT/s

ข้อได้เปรียบหลักของการปรับใช้งาน PCIe 5.0 ได้แก่

  • สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์รุ่นก่อนหน้าได้ทั้งหมด ทั้งรุ่น 4.0 และ 3.0
  • แบนด์วิดท์เป็นสองเท่าของรุ่น 4.0 และเป็นสี่เท่าของรุ่น 3.0
  • CPU PCIe 5.0 สูงสุด 16 เลน และ CPU PCIe 4.0 สูงสุด 4 เลน พร้อมชิปเซ็ต Intel® 700 ซีรีส์ที่มีเลน PCIe 4.0 มากกว่าสูงสุด 8 เลน

อ่านต่อที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเลน CPU PCIe และ PCIe 5.0

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 รองรับการโอเวอร์คล็อกอย่างไร

สถาปัตยกรรมของเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ช่วยให้ผู้ใช้มีทางเลือกในการปรับแต่งขั้นสูงที่สามารถปลดล็อคโปรเซสเซอร์ การควบคุมการโอเวอร์คล็อกแยกกันสำหรับทั้ง P-cores และ E-cores ช่วยให้คุณปรับรูปแบบการทำงานของคอร์ได้ตามที่คุณต้องการ

ใช้ยูทิลิตีการโอเวอร์คล็อกล่าสุดของ Intel เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบที่ใช้เจนเนอเรชั่น 13 ดังนี้

  • Intel® Extreme Tuning Utility (Intel® XTU) มาพร้อมชุดเครื่องมือขั้นสูงสำหรับผู้ที่สนใจการโอเวอร์คล็อกและนักโอเวอร์คล็อกมากประสบการณ์ โดยเวอร์ชันล่าสุดช่วยให้คุณมีทางเลือกในการควบคุมการโอเวอร์คล็อกได้มากขึ้นด้วยปุ่มปรับใหม่ๆ อันล้ำสมัยสำหรับ E-cores และข้อมูลการส่งข้อมูลระยะไกลสำหรับการวิเคราะห์ประสิทธิภาพอย่างละเอียด4
  • Intel Speed Optimizer (ISO) เป็นเครื่องมือแบบใช้งานได้ด้วยการคลิกครั้งเดียว ซึ่งมาพร้อมกับ Intel® XTU เวอร์ชันล่าสุด เครื่องมือนี้มีอยู่ใน CPU Intel® Core™ i9 เจนเนอเรชั่น 13 แบบปลดล็อค ซึ่งทำการโอเวอร์คล็อกโดยอัตโนมัติหลังจากวิเคราะห์ DNA ด้านประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์
  • Intel® Extreme Memory Profile (XMP 3.0) ช่วยให้คุณโอเวอร์คล็อก RAM DDR5 ได้อย่างง่ายดาย เทคโนโลยี XMP 3.0 ที่มีอยู่เฉพาะใน DDR5 มาพร้อมชุดการปรับปรุงการโอเวอร์คล็อก RAM รวมไปถึงโปรไฟล์สูงสุด 5 รายการ, โปรไฟล์แบบปรับแต่งได้ 2 รายการ และการควบคุมแรงดันไฟฟ้าเพิ่มเติม
  • Intel® Dynamic Memory Boost ที่เข้าใช้งานได้จากการประยุกต์ใช้งาน Intel® XMP จะสลับไปใช้งานโปรไฟล์หน่วยความจำความถี่สูงในระหว่างการประยุกต์ใช้งานที่ต้องใช้การประมวลผลหนักๆ เช่น การเล่นเกม การโอเวอร์คล็อก RAM ของคุณตามต้องการ แล้วย้อนกลับไปที่ข้อมูลจำเพาะเริ่มต้น รองรับโมดูลหน่วยความจำ DDR4 และ DDR5

ดูวิธีการโอเวอร์คล็อกเดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ แบบปลดล็อคได้ที่นี่

Intel® Wi-Fi 6E คืออะไร

Intel® Wi-Fi 6E คือการก้าวสำคัญที่สุดสำหรับ Wi-Fi ในแบบที่ไม่มีให้เห็นมานาน ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อที่เร็วกว่าเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับ Wi-Fi มาตรฐาน1 ประเด็นหลักที่น่าสนใจของมาตรฐานใหม่นี้ก็คือการใช้ย่านสเปกตรัม 6GHz อุปกรณ์ Wi-Fi 6E สามารถทำงานได้ในย่านความถี่ 6GHz ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วยิ่งกว่าและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เนื่องจากจำนวนช่องสัญญาณและความกว้างของช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้น

Wi-Fi 6E ให้:

  • ความเร็วไร้สายมาตรฐาน Gig+ สูงสุด 1700 Mbps1 ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมที่สุด มากกว่า Wi-Fi 5 เกือบ 3 เท่า
  • ความหน่วงต่ำลงสูงสุด 75 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ Wi-Fi 52
  • ย่านความถี่ 6GHz สุดพิเศษ ที่ป้องกันการรบกวนจากอุปกรณ์เดิม

Intel® Wi-Fi 6E มีประโยชน์อะไรกับการเล่นเกม ในกรณีของผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น คุณจะพบว่าความล่าช้าลดลงขณะเล่นเกมบนระบบที่ใช้การ์ด Intel® Wi-Fi 6E เนื่องจากระบบรับส่งข้อมูลโดยใช้ย่านความถี่ 6GHz ใหม่ที่กว้างกว่า เครือข่ายจึงมีความแออัดน้อยกว่า ผลที่ได้ก็คือหมดปัญหาด้านการเชื่อมต่อที่พบบ่อยในการเล่นเกมออนไลน์ เช่น การสูญเสียข้อมูลและค่า Ping เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพื่อการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้อย่างยิ่งผ่าน Wi-Fi กับเซิร์ฟเวอร์เกม ให้มองหาระบบ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ที่ใช้การ์ด Intel® Killer™ Wi-Fi 6E การ์ดเหล่านี้ผ่านการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความล่าช้าที่พบในการเล่นเกมโดยเฉพาะ

การ์ดเหล่านี้มาพร้อมหลากหลายเทคโนโลยี อาทิ กลไกการจัดระดับความสำคัญ Intel® Killer™ ซึ่งจัดลำดับการรับส่งข้อมูลการเล่นเกมในเครือข่ายของคุณโดยอัตโนมัติ และ Intel® Killer™ DoubleShot™ Pro ที่ช่วยให้ระบบของคุณสามารถใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Ethernet ร่วมกันได้เพื่อการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Intel® Wi-Fi 6E ได้ที่นี่

Thunderbolt™ 4 คืออะไร

เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 รองรับเทคโนโลยี Thunderbolt™ 4 ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซการเชื่อมต่อแบบใช้สายที่ Intel พัฒนาขึ้น

ด้วยแบนด์วิดธ์แบบสองทิศทางที่ความเร็ว 40Gbps พอร์ต Thunderbolt™ 4 จึงช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงได้เป็นจำนวนมาก เช่น SSD ภายนอกแบบความเร็วสูง, จอภาพสำหรับเล่นเกม 240Hz ที่ 1080p และอุปกรณ์บันทึกวิดีโอในกรณีที่คุณทำการสตรีม เนื่องจากเทคโนโลยีนี้เข้ากันได้กับอุปกรณ์หลากหลายประเภท (รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ DisplayPort, USB4, PCIe ภายนอก และ Thunderbolt แบบดั้งเดิม) คุณจึงสามารถใช้เป็นฮับสำหรับอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณได้

เนื่องด้วยเหตุผลเหล่านี้ พอร์ต Thunderbolt™ 4 จึงเหมาะสำหรับการสร้างสมรภูมิ สถานีงาน หรือระบบการสตรีมได้ อีกหนึ่งความเป็นไปได้ก็คือการเปลี่ยนแล็ปท็อปให้เป็นประสบการณ์ใช้งานแบบเดสก์ท็อปด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น จอภาพคู่ คีย์บอร์ดแบบกลไก ไดรฟ์ภายนอก หรือไมโครโฟน โดยสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้สูงสุด 5 เครื่องด้วยพอร์ต Thunderbolt™ 4 เพียงพอร์ตเดียว

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์อันมากมายของ Thunderbolt™ 4 ได้ที่นี่

ประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดด

โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ไม่เพียงแต่ให้ประสิทธิภาพชั้นยอดเท่านั้น แต่ยังพร้อมมอบประสิทธิภาพในเวลาและในจุดที่คุณต้องการที่สุดอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะต้องการเพิ่มค่า FPS หรือทำหลายสิ่งพร้อมกันได้มากขึ้นในเวิร์คโฟลว์การสร้างสรรค์ของคุณ สถาปัตยกรรมประสิทธิภาพสูงที่ใช้ P-cores/E-cores ร่วมกันก็พร้อมตอบสนองคุณเสมอ

นอกจากการพัฒนาด้านประสิทธิภาพแล้ว โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ยังมาพร้อมการรองรับมาตรฐานล่าสุดทางเทคโนโลยีอีกด้วย ระบบ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 จะปลดล็อค DDR5, PCIe 5.0, Wi-Fi 6E และ Thunderbolt™ 4 ซึ่งล้วนแต่มอบประสบการณ์ด้านการประมวลผลที่ดีที่สุดได้ทั้งในปัจจุบันและอีกหลายๆ ปีต่อจากนี้

ค้นหาแล็ปท็อปหรือเดสก์ท็อปเจนเนอเรชั่น 13 สำหรับเล่นเกมที่เหมาะกับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้เมนบอร์ด Intel® 600 หรือ 700 ซีรีส์ ที่มีซ็อกเก็ต LGA 1700 และต้องใช้เมนบอร์ด Z690 หรือ Z790 สำหรับผู้ใช้ที่จริงจังเพื่อรองรับการโอเวอร์คล็อกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เดสก์ท็อปโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 13 ไม่สามารถใช้งานร่วมกับเมนบอร์ด 500 ซีรีส์ซึ่งเป็นรุ่นที่เก่ากว่า เช่น Z590

ไม่ เมนบอร์ดของคุณจำเป็นต้องรองรับ RAM ประเภทที่คุณตั้งใจจะใช้งาน แม้ว่าทั้งโมดูล DDR4 และ DDR5 จะมี 288 พิน แต่ด้วยเค้าโครงที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำไปติดตั้งในช่องเสียบ DIMM เดียวกันได้

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพ

1

เร็วขึ้นเกือบ 3 เท่า: 802.11ax 2x2 160MHz รองรับอัตราข้อมูลสูงสุด 2402Mbps ตามทฤษฎี ซึ่งเร็วกว่าเกือบ 3 เท่า (2.8 เท่า) เมื่อเทียบกับมาตรฐาน 802.11ac 2x2 80MHz (867Mbps) ตามที่ระบุในเอกสารในข้อกำหนดมาตรฐานไร้สาย IEEE 802.11 และต้องใช้เราเตอร์เครือข่ายไร้สาย 802.11ax ที่กำหนดค่าในลักษณะคล้ายคลึงกัน

2

Wifi 6 'ลดความหน่วงแฝงประมาณ 75%' อิงจากข้อมูลการจำลองของ Intel (79%) สำหรับ 802.11ax แบบมีและไม่มี OFDMA โดยใช้อุปกรณ์ลูกข่าย 9 เครื่อง ความหน่วงโดยเฉลี่ยเมื่อไม่มี OFDMA อยู่ที่ 36 ms และความหน่วงโดยเฉลี่ยเมื่อมี OFDMA ลดลงเหลือ 7.6 ms การปรับปรุงความหน่วงต้องใช้เราเตอร์ 802.11ax (Wi-Fi 6) และไคลเอนต์ทุกเครื่องต้องรองรับ OFDMA หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://edc.intel.com/content/www/us/en/products/performance/benchmarks/wi-fi/

3

Intel® Thread Director ถูกสร้างไว้ในฮาร์ดแวร์และมีให้เฉพาะในการกำหนดค่าสถาปัตยกรรมไฮบริดประสิทธิภาพสูงของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจนเนอเรชั่น 12 เท่านั้น จำเป็นต้องเปิดใช้งานระบบปฏิบัติการ คุณสมบัติและฟังก์ชันใช้งานที่มีให้จะแตกต่างกันไปตามระบบปฏิบัติการ

4

การเปลี่ยนแปลงความถี่สัญญาณนาฬิกาหรือแรงดันไฟฟ้าอาจทำให้การรับประกันผลิตภัณฑ์ใดๆ เป็นโมฆะ และลดความมั่นคง ความปลอดภัย ประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของโปรเซสเซอร์และส่วนประกอบอื่นๆ ตรวจสอบกับผู้ผลิตระบบและส่วนประกอบเพื่อดูรายละเอียด

5

ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน การกำหนดค่า และปัจจัยอื่นๆ เรียนรู้เพิ่มเติมที่ www.Intel.com/PerformanceIndex ผลลัพธ์ประสิทธิภาพอ้างอิงตามการทดสอบในวันที่ที่ระบุดังที่แสดงในการกำหนดค่า และอาจไม่แสดงถึงการอัปเดตความปลอดภัยที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ดูการสำรองข้อมูลสำหรับรายละเอียดการกำหนดค่า ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบใดที่จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ ค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ของคุณอาจแตกต่างกันไป Intel ไม่ได้ควบคุมหรือตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่สาม คุณควรศึกษาแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพื่อประเมินความแม่นยำ เทคโนโลยี Intel อาจต้องมีการเปิดใช้งานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือบริการ © Intel Corporation Intel, โลโก้ Intel และเครื่องหมาย Intel อื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Intel Corporation หรือบริษัทในเครือ ชื่อและตราสินค้าอื่นอาจถูกอ้างกรรมสิทธิ์โดยบุคคลอื่น

6

มีการประเมินหรือจำลองผลลัพธ์แล้ว