การเลือกแล็ปท็อปที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างงานดนตรี

เลือกแล็ปท็อปที่สมบูรณ์แบบเพื่อสร้างดนตรีในฝันให้เป็นจริง

ด้วยซอฟต์แวร์เวิร์คสเตชันเสียงแบบดิจิตอล ทำให้แล็ปท็อปที่เหมาะสมสามารถแต่งหรือบันทึกเพลงคุณภาพระดับมืออาชีพได้1

ไม่ว่าคุณจะบันทึกเสียงกีตาร์เบส เพลงฮิปฮอป หรือวงควอร์เต็ตดนตรีคลาสสิค ในปัจจุบันคุณก็สามารถสร้างสรรค์บทเพลงได้แทบทุกชนิดด้วยคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป แม้ว่าแล็ปท็อปทุกเครื่องนั้นสามารถใช้สร้างบทเพลงได้พอสมควร หากคุณมีความต้องการสูงและจริงจัง คุณก็จำเป็นต้องคัดเลือกแล็ปท็อปสำหรับการสร้างงานเพลงโดยละเอียด

ขั้นแรก ให้คุณนึกก่อนว่าคุณจะทำอะไรกับเพลงบ้างในแล็ปท็อปเครื่องนี้ จากนั้นเราจะพูดถึงตัวเลือกพื้นฐานต่างๆ รวมถึงซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่สำคัญที่สุด

บันทึกเสียง ผลิต/ประพันธ์ หรือใช้แสดง

นักดนตรีต่างใช้แล็ปท็อปในวิธีที่แตกต่างกันไป หลายคนนั้นใช้วิธีแบบดั้งเดิม โดยบันทึกเสียงจากไมโครโฟนและเครื่องดนตรี จากนั้นจึงมิกซ์เสียงเพื่อสร้างงานในขั้นสุดท้าย ส่วนนักดนตรีฮิปฮอป ป๊อป และ EDM มักใช้แล็ปท็อปในการสร้างเสียงโดยตรง โดยตั้งโปรแกรมเสียงลงในโปรแกรมจัดลำดับ หรือเล่นเสียงโดยใช้คีย์บอร์ด MIDI หรือใช้ทัชแพดที่เชื่อมต่อกับแล็ปท็อป แต่พวกเขาก็ยังคงบันทึกเสียงร้องและเสียงอื่นๆ บางอย่างด้วยไมโครโฟน และมิกซ์เสียงเหล่านี้กับเสียงที่สร้างโดยคอมพิวเตอร์ รวมถึงคลิปเสียงจากการบันทึกเสียงของศิลปินรายอื่น ส่วน DJ มักจะทำงานทั้งหมดข้างต้น และยังใช้แล็ปท็อปเป็นอุปกรณ์สำหรับการแสดงด้วย โดยมักจะสั่งการทุกอย่างด้วยคอนโทรลเลอร์ที่มีทัชแพดและจานหมุนสไตล์เครื่องเล่นแผ่นเสียงสำหรับสแครชแผ่น

การใช้งานทั้งหมดเหล่านี้ใช้แพ็คเกจซอฟต์แวร์ที่เรียกว่าเวิร์คสเตชันเสียงดิจิตอล หรือ DAW โดย DAW บางประเภทเน้นที่การบันทึกเสียง ส่วนบางประเภทก็เน้นที่การสร้างเพลงด้วยตัวแล็ปท็อปเอง คลิกที่นี่สำหรับคำแนะนำที่ดีในการเลือก DAW

นักร้อง/นักแต่งเพลงโฟล์คที่ต้องการพกพาแล็ปท็อปขณะเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเพื่อไปบันทึกการแสดงสดในบรูคลินย่อมมีความต้องการแตกต่างจากโปรดิวเซอร์ที่ต้องการสร้างจังหวะเพลงฮิปฮอปที่สตูดิโอในบ้านในแอตแลนตา ดังนั้น ขั้นแรกจึงควรเป็นการตัดสินใจว่างานของคุณมีความต้องการอย่างไรบ้าง การพกพามีความสำคัญหรือไม่ การสร้างงานของคุณมักจะเรียบง่ายหรือซับซ้อน คุณจะต้องใช้แล็ปท็อปในการแสดงดนตรีสดหรือไม่

ขนาดหน้าจอ

หน้าจอมีความสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดขนาดของพื้นที่ทำงานของคุณ ยิ่งงานของคุณมีความซับซ้อนมากเท่าใด คุณก็จะต้องการพื้นที่ทำงานมากขึ้นเท่านั้น หน้าจอของแล็ปท็อปส่วนใหญ่จะสามารถให้คุณสามารถดูเพลงได้ 6 - 10 แทร็คได้อย่างสบายๆ แต่การทำงานกับเพลง 30 แทร็คพร้อมกันนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยกับหน้าจอขนาดเล็ก

  • หน้าจอขนาดเล็ก (10–13 นิ้วแนวทแยง) จะสามารถพกไว้ในเป้สะพายหลังได้อย่างสบายๆ สำหรับการบันทึกและมิกซ์เสียงขั้นพื้นฐาน แค่จอแสดงผลขนาดเล็กก็เพียงพอ
  • แล็ปท็อปขนาดกลาง (14–16 นิ้ว) มักจะมีสมดุลระหว่างความสามารถในการพกพาและประสิทธิภาพ
  • แล็ปท็อปขนาดใหญ่ (17–18 นิ้ว) นั้นเหมาะสำหรับผู้สร้างงานดนตรีที่ต้องการทำงานกับแทร็คหลายสิบแทร็คพร้อมกัน ซึ่งมักจะเป็นเรื่องปกติการสร้างงานประเภทฮิปฮอป ป๊อป และ EDM

   ความคล่องตัว

หากคุณวางแผนใช้แล็ปท็อปเพื่อการบันทึกเสียงหรือการแสดงสด แล็ปท็อปรุ่นที่มีขนาดเล็กก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเนื่องจากสามารถพกพาง่ายกว่าและใช้พื้นที่บนเวทีน้อยกว่า สิ่งที่ควรพิจารณาอีกข้อหนึ่งคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่ เรื่องนี้ไม่ค่อยสำคัญสำหรับบ้านหรือคลับเนื่องจากมีเต้าเสียบอยู่ใกล้ๆ แต่อาจจำเป็นสำหรับการบันทึกเสียงนอกสถานที่ นอกจากนี้ หากคุณวางแผนที่จะใช้แล็ปท็อปสำหรับการแสดงหรือบันทึกเสียงในคลับ รุ่นที่มีคีย์บอร์ดที่มีไฟแบ็คไลท์ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดี

Mac หรือ Windows

MacBook นั้นรวดเร็วและน่าเชื่อถือ แต่ก็มีแล็ปท็อป Windows ที่ทรงพลังไม่แพ้กัน ซึ่งมักจะมีราคาถูกกว่า ตัวเลือกในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยสองประการเป็นหลัก ได้แก่ งบประมาณของคุณ และซอฟต์แวร์ที่คุณต้องการใช้ โปรดทราบว่าสตูดิโอดนตรีระดับมืออาชีพมักจะใช้ Mac ดังนั้นหากคุณวางแผนที่จะทำงานร่วมกับสตูดิโอมืออาชีพ เช่น บันทึกแทร็คในห้องขนาดใหญ่ หรือว่าจ้างมืออาชีพเพื่อมิกซ์หรือทำมาสเตอร์การบันทึกเสียงของคุณ การใช้ Mac ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี ระบบก็สามารถโอนไฟล์เสียงจากเครื่องที่ใช้ Windows ไปและกลับจาก Mac OS ได้

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความพีซีกับ Mac ของเรา ›

โปรเซสเซอร์

การสร้างงานดนตรีสามารถใช้งาน CPU หรือโปรเซสเซอร์ของคุณอย่างหนักได้ ซึ่งถือเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์ ให้เลือกโปรเซสเซอร์ที่ดีและมีความสามารถสูงที่สุดภายในงบประมาณของคุณ เนื่องจากการอัปเกรดในภายหลังนั้นมักจะไม่สามารถทำได้ ยิ่งงานของคุณมีความซับซ้อนมากเท่าใด CPU ก็จะมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น การมิกซ์เสียงด้วยแทร็ค 30 แทร็ค เครื่องดนตรีหลายเครื่อง และเอ็ฟเฟ็กต์เสียงดิจิตอลมากมายจะต้องการคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลัง

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์มีอยู่สองข้อ ข้อแรกคือจำนวนคอร์ คอร์แต่ละคอร์สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างเป็นอิสระ ดังนั้นการเพิ่มจำนวนคอร์ก็จะเพิ่มกำลังในการประมวลผลได้อย่างมาก โปรเซสเซอร์แบบ Quad-core นั้นเหมาะที่สุดสำหรับการสร้างงานดนตรี ปัจจัยอีกข้อหนึ่งคือความเร็วสัญญาณนาฬิกา ซึ่งมักจะมีค่าตั้งแต่ 2.4 - 4.2 GHz ซึ่งยิ่งเร็วก็ยิ่งดี

โดยทั่วไปแล้ว แล็ปท็อปที่มีขนาดกะทัดรัดมากกว่าก็มักจะมีโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังน้อยกว่า แต่ก็ไม่จริงเสมอไป

RAM

RAM หรือ Random-Access Memory ทำหน้าที่จัดเก็บโปรแกรมและข้อมูลไว้ชั่วคราวขณะที่เปิดคอมพิวเตอร์ ยิ่งโปรแกรมมีความซับซ้อนมากเท่าใด โปรแกรมก็จะต้องการ RAM มากเท่านั้น

สำหรับการสร้างงานดนตรี คุณควรมี RAM อย่างน้อย 8 GB และจะให้ดีควรมีถึง 16 GB โดยเฉพาะหากคุณทำงานกับแทร็คบันทึกเสียงและ/หรือเครื่องดนตรีเสมือนจำนวนมาก หรือใช้เอ็ฟเฟ็กต์หลายอย่างกับแทร็คของคุณ แต่ก็โชคดีที่ RAM เป็นส่วนประกอบประเภทหนึ่งของคอมพิวเตอร์ที่อัปเกรดได้ง่าย แต่แล็ปท็อปแต่ละรุ่นก็มีขีดจำกัดในการอัปเกรด ทางเลือกที่ดีที่สุดคือเลือกรุ่นที่สามารถรองรับ RAM ได้อย่างน้อย 16 GB

อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล : HDD หรือ SSD                                                                                    

ไฟล์เสียงมักจะใช้พื้นที่จัดเก็บมาก เสียงเพลงที่มีความซับซ้อนเพียงไฟล์เดียวสามารถมีขนาดถึง 1 GB ได้เลยทีเดียว ดังนั้น คุณจึงควรมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 1 TB

ประเภทของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณา โดยตัวเลือกของคุณนั้นมีตั้งแต่ฮาร์ดไดรฟ์แบบทั่วไป (HDD) ที่อาศัยแผ่นหมุนภายใน ไดรฟ์ Solid-State (SSD) ที่ไม่มีส่วนเคลื่อนไหว หรือ HDD ภายนอกที่เชื่อมต่อกับแล็ปท็อปด้วยสาย USB

ทั้งนี้ SSD สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้รวดเร็วกว่า HDD อีกทั้งยังเงียบและมีความน่าเชื่อถือมากกว่า อย่างไรก็ตาม SSD มักจะมีราคาต่อ GB แพงกว่า HDD ประมาณ 5 เท่า หากแล็ปท็อปรุ่นที่คุณเลือกสามารถทำได้ อีกทางเลือกหนึ่งคือใช้ SSD ขนาด 128 หรือ 256 GB ร่วมกับ HDD ขนาด 1 TB ด้วยวิธีนี้ การบูทและโหลดโปรแกรมจาก SSD ก็จะรวดเร็วมาก และคุณยังมีพื้นที่จัดเก็บไฟล์เพลงได้มากมายใน HDD

อีกทางเลือกหนึ่งคือการเก็บไฟล์เพลงไว้ใน HDD ภายนอก หรืออย่างน้อยไว้เก็บเพลงที่ต้องการจัดเก็บถาวร วิธีนี้อาจมีความยุ่งยากเพิ่มเติม แต่ก็ช่วยให้คุณมีพื้นที่จัดเก็บมากขึ้นเมื่อคุณต้องการ และช่วยให้คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กและบางกว่าได้

พอร์ต

ในการเชื่อมต่อแล็ปท็อปกับไมโครโฟน เครื่องดนตรี และอุปกรณ์เสียงอื่นๆ คุณจะต้องมีส่วนติดต่อกับอุปกรณ์เสียงที่จะเชื่อมต่อกับแล็ปท็อปผ่านทางพอร์ต USB หากคุณสร้างงานดนตรีด้วยแล็ปท็อปโดยตรง คุณยังต้องมี USB สำหรับเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด แป้น MIDI (สำหรับการกดจังหวะ) และคอนโทรลเลอร์สำหรับ DJ มืออาชีพในงานดนตรีหลายคนชอบใช้แผงควบคุม ซึ่งประกอบด้วยอินเตอร์เฟซทางกายภาพเหมือนกับบอร์ดผสมเสียง แทนที่จะควบคุมการบันทึกเสียงและการมิกซ์เสียงโดยใช้เมาส์

แล็ปท็อปมักจะมีพอร์ต USB อย่างน้อย 2 พอร์ต แต่แน่นอนว่าคุณอาจต้องการพอร์ตเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากคุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างคีย์บอร์ดหรือเมาส์แบบมีสาย หรือฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก พอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่สามารถใช้ฮับ USB ได้ แต่ก็เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่ผู้ใช้ต้องพกพา

แจ็คลำโพง/หูฟัง

ไม่น่าเชื่อว่าคุณสมบัตินี้ไม่ค่อยสำคัญเท่าใดสำหรับแล็ปท็อปที่ใช้ในการสร้างงานดนตรี ลำโพงที่ติดตั้งภายในแล็ปท็อปมักจะเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพต่ำมากที่ใช้สำหรับตอนที่คุณไม่มีวิธีอื่นในการฟังเสียง แน่นอนว่าเสียงที่ออกมาจะฟังดูแย่ และถ้าหากคุณ ลอง ปรับมิกซ์เสียงให้ฟังดูดีด้วยลำโพงนี้ เพลงของคุณก็คงจะฟังดูประหลาดเมื่อเล่นในลำโพงที่ดี คุณสามารถใช้แจ็คหูฟังที่มีมากับแล็ปท็อป แต่แอมป์ที่เชื่อมต่อกับแจ็คหูฟังในแล็ปท็อปส่วนใหญ่ก็มักจะมีคุณภาพต่ำ และอาจทำให้เสียงที่คุณได้ยินจากหูฟังแปลกออกไปบ้าง

โชคดีที่ส่วนติดต่อเสียงส่วนใหญ่มีแจ็คหูฟัง รวมถึงการเชื่อมต่อสำหรับชุดลำโพงกำลังสูงที่ให้คุณสามารถมิกซ์เสียงได้อย่างมีคุณภาพ คงเป็นเรื่องประหลาดหากลงทุนใช้เวลาเลือกแล็ปท็อปที่ใช่อยู่หลายชั่วโมง รวมถึงการทำงานหลายร้อยชั่วโมงเพื่อสร้างงานดนตรีสักชิ้น แต่กลับฟังเสียงผ่านลำโพงคุณภาพต่ำ

กล่าวสรุป

หลังจากที่เลือกแล็ปท็อป อินเตอร์เฟซเสียง และซอฟต์แวร์ DAW ที่เหมาะกับความต้องการของคุณแล้ว คุณก็จะพร้อมสร้างงานดนตรีคุณภาพระดับสตูดิโอ อันที่จริงแล้ว เพลงหลายเพลงที่คุณได้ยินในวิทยุก็ไม่ได้ใช้อะไรไปมากกว่านี้เลย สิ่งที่คุณต้องใส่เพิ่มเข้าไปก็แค่ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของคุณเท่านั้น

สัมผัสกับข้อได้เปรียบของอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย Intel

2 in 1

เครื่อง 2 in 1 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รวมสมรรถนะของแล็ปท็อปเข้ากับความคล่องตัวสุดขีดของอุปกรณ์ที่บางเฉียบทันสมัย เนื่องจากมีดีไซน์ที่มีสไตล์และนำสมัยกับขนาดหน้าจอหลากหลาย จึงมี 2-in-1 ที่ขับเคลื่อนด้วย Intel® ที่ตรงกับทุกไลฟ์สไตล์

เรียนรู้เพิ่มเติม

All-in-One

พีซีแบบ All-in-One ที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® รวมข้อดีของอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงเครื่องเดียวที่มากประโยชน์ใช้สอย ปรับปรุงระบบเดสก์ท็อปทั้งระบบให้เป็นอุปกรณ์ที่สง่างามและทรงพลัง

เรียนรู้เพิ่มเติม

เดสก์ท็อป

เดสก์ท็อปที่ขับเคลื่อนด้วย Intel® มาในรูปแบบของแพ็คเกจมากมาย ตั้งแต่อุปกรณ์ขนาดพกพาไปจนถึงทาวเวอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการทุกรูปแบบ เดสก์ท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดทำให้คุณมีอิสรภาพในการจัดเก็บข้อมูล สร้างสรรค์ และแบ่งปันเนื้อหาที่มีค่าที่สุดของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติม

แล็ปท็อป

คว้าโอกาสฉบับพกพาด้วยแล็ปท็อปที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ รุ่นใหม่ มาพร้อมพลังประมวลผลและความเร็วในการตอบสนองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จะทำให้คุณเปิดประตูสู่ก้าวใหม่ของประสิทธิภาพการทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิง

เรียนรู้เพิ่มเติม

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพ

1

คุณสมบัติและคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีของ Intel® จะขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าระบบ และอาจต้องการการเปิดใช้งานของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือบริการ ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการปรับตั้งค่าของระบบ ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบใดที่จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ ตรวจสอบกับผู้ผลิตหรือผู้ค้าปลีกระบบของคุณ หรือเรียนรู้เพิ่มเติมที่ https://www.thailand.intel.com