คําแนะนําการอัปเดตและกู้คืน BIOS® NUC ที่ใช้คอร์เฟิร์มแวร์ Aptio® V UEFI

เอกสาร

การบำรุงรักษาและประสิทธิภาพ

000033291

24/02/2021

หมาย เหตุIntel NUC ที่จัดส่งในปี 2018 และก่อนหน้าจะใช้ Intel® Visual BIOSคอร์หลักซึ่งใช้วิธีการอื่นในการอัปเดต BIOS โปรดดูคําแนะนําการอัปเดตBIOS ของ Intel® NUC ที่ใช้ Visual BIOS

 

หมาย เหตุ
  • ไฟล์อัปเดต BIOS ล่าสุดของผลิตภัณฑ์ Intel® NUC มีอยู่ใน ศูนย์การดาวน์โหลด
  • คําแนะนําการอัปเดตยังมีอยู่ในรูปแบบไฟล์ PDF

คําแนะนําการอัปเดต BIOS® NUC ที่ใช้คอร์เฟิร์มแวร์ Aptio® V UEFI
ขนาด: 215KB
วันที่: สิงหาคม 2020

  • เมื่อกระบวนการอัปเดตเริ่มต้นแล้ว อย่าลดพลังงานระบบของคุณ จนกว่าการอัปเดตจะเสร็จสมบูรณ์ กระบวนการอัปเดตจะใช้เวลาถึง 3 นาที หากกระบวนการอัปเดต BIOS ถูกขัดจังหวะ คอมพิวเตอร์ของคุณอาจไม่สามารถปกติได้ เราขอแนะนาให้ทากระบวนการนี้ในสภาพแวดล้อมที่มีการจ่ายพลังงานอย่างคงที่ (ควรใช้กับ UPS)
  • ไม่แนะนาให้ปรับลดรุ่น BIOS ไปเป็นรุ่นก่อนหน้าและไม่รองรับ BIOS เวอร์ชั่นก่อนหน้านี้อาจไม่รองรับโปรเซสเซอร์รุ่นล่าสุด การแก้ไขข้อผิดพลาด อัปเดตการรักษาความปลอดภัยที่วิกฤติ หรือสนับสนุนการแก้ไขบอร์ดล่าสุดที่ผลิตในปัจจุบัน หากคุณพยายามปรับลดรุ่นเป็น BIOS รุ่นก่อนหน้า และเวอร์ชั่นของเฟิร์มแวร์ Intel® ME เก่ากว่าเวอร์ชั่นของมาเธอร์บอร์ดในปัจจุบัน และไม่รองรับการปรับลดรุ่น
  • ก่อนที่คุณจะเริ่ม ให้บันทึกการตั้งค่า BIOS ทั้งหมดที่ถูกเปลี่ยนจากค่าเริ่มต้น เพื่อให้สามารถกู้คืนได้หลังจากการอัพเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์
  • เราไม่แนะนาให้ใช้งานการกู้คืน BIOS เพื่ออัปเดต BIOS เนื่องจากไม่อัปเดตเฟิร์มแวร์ EC ใช้การกู้คืน BIOS เพื่อปรับลดรุ่นหรือติดตั้ง BIOS เวอร์ชั่นเดียวกันอีกครั้งที่ติดตั้งไว้แล้วเท่านั้น

คลิก หรือที่หัวข้อเพื่อดูรายละเอียด:

การอัปเดต Express BIOS (ใช้ Windows)
  1. ดาวน์โหลดและบันทึกการอัปเดต Express BIOS (.EBU.exe) ไปยังโฟลเดอร์ชั่วคราว ตัว อย่าง เช่น:

    Express BIOS Update

  2. ดับเบิลคลิกที่ EBU.exe เพื่อเรียกใช้การอัปเดต Express BIOS

    Double click the EBU.exe

  3. กล่องโต้ตอบสั่งปรากฏขึ้น กด Y เพื่อรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์และเริ่มการอัปเดต

    Press Y to restart the computer

  4. รอ 2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2-5 minutes

  5. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์ คอมพิวเตอร์จะบูตกลับเข้าสู่ Windows

 

อัปเดต F7 ตัวเลือกการอัปเดต F7 BIOS ช่วยให้คุณสามารถอัปเดต BIOS ของระบบในระหว่างกระบวนการบูตและก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะโหลดได้
  1. ดาวน์โหลดและบันทึก Recovery BIOS (. CAP) CAP< ไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS

  2. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์เป้าหมาย
  3. เริ่ม Intel NUC ระหว่างการบู๊ต เมื่อมีข้อความแจ้ง F7 แสดงขึ้น ให้กด F7 เพื่อเข้าสู่เครื่องมือ BIOS Flash Update
  4. เลือกอุปกรณ์ USB และกด ป้อน.

    Select the USB device and press Enter

  5. เลือก ไฟล์ CAP และกด ป้อน.

    Select the CAP file and press Enter

  6. ยืนยันว่าคุณต้องการอัปเดต BIOS โดย กดEnter
  7. รอ 2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2 to 5 minutes

  8. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์ คอมพิวเตอร์จะบูตกลับเข้าสู่ Windows
อัปเดตจากเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง การอัปเดตเมนูเปิด/ปิดเครื่องจะช่วยให้คุณสามารถอัปเดต BIOS ของระบบในระหว่างกระบวนการบูตและก่อนที่ระบบปฏิบัติการจะโหลดได้
  1. ดาวน์โหลดและบันทึก Recovery BIOS (. CAP) ไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS

  2. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของ Intel NUC เมื่อปิดเครื่องอยู่ (ไม่ได้อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนตหรือโหมดสลีป)
  3. กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้สามวินาทีแล้วปล่อยก่อนที่จะถึง 4 วินาทีเพื่อปิดเครื่อง หน้าจอเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง (ตัวเลือกบนเมนูอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรุ่น Intel NUC)

    The Power Button Menu displays

  4. กด F7 เพื่อเริ่มต้นการอัปเดต BIOS
  5. รอ 2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2 to 5 minutes

  6. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์ คอมพิวเตอร์จะบูตกลับเข้าสู่ Windows
อัปเดตด้วย UEFI Shell

ยูทิลิตี้อัปเดต UEFI Flash BIOS ช่วยให้คุณสามารถอัปเดต BIOS จาก EFI Shell ได้

  1. ดาวน์โหลด อัปเดต UEFI Flash BIOS (* ไฟล์ UEFI.zip) ตัว อย่าง เช่น:

    ownload the UEFI Flash BIOS Update

  2. ดับเบิลคลิกที่ * UEFI.zip เพื่อแตกไฟล์

    Double click the UEFI zip

  3. คัดลอก iFlashV Efi64.efi และ ไฟล์ CAP ไปยังอุปกรณ์ USB
  4. เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ตใน Intel NUC
  5. ตั้งค่า BIOS บนเครื่องเป้าหมายเพื่อบูตจาก EFI Shell:
    1. กด F2 ขณะเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS
    2. ไปที่Advanced > Boot > Secure Boot
    3. ปิดใช้งาน Secure Boot หากเปิดใช้งาน
    4. ไปที่ Advanced > Boot > Boot Priority
    5. เปิดใช้งาน Internal UEFI Shell
    6. กด F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากการตั้งค่า BIOS
  6. กด F10 ขณะบู๊ตเพื่อเปิดเมนูการบู๊ต
  7. เลือก UEFI: Built-in EFI Shell.

    Select UEFI Built in EFI Shell

  8. เปลี่ยนไดเรกทอรีปัจจุบันเป็นแฟลชไดรฟ์ USB โดยป้อน command fsX: โดยที่ X คือหมายเลขไดรฟ์ของแฟลชไดรฟ์ USB จากรายการการแมปอุปกรณ์ ตัวอย่าง: หากไดรฟ์ USB ของคุณคือ fs0 ให้พิมพ์ fs0: แล้วกด Enter
  9. ที่พรอมต์ข้อความสั่ง ให้พิมพ์ IflashVEfi64.efi XXX.CAP (ที่ XXX.CAP คือชื่อไฟล์ของ ไฟล์ CAP) และกด ป้อน.

    Command prompt

  10. กด Y เพื่อเริ่มการอัปเดต
  11. รอให้การอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์

    Wait for the BIOS update to complete

  12. เครื่องคอมพิวเตอร์จะรีสตาร์ตเมื่อเสร็จสิ้น
  13. ตั้งค่า BIOS กลับเป็นการตั้งค่าดั้งเดิม:
    1. กด F2 ขณะเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS
    2. ไปที่Advanced > Boot > Boot Priority
    3. ปิดใช้งาน Internal UEFI Shell
    4. ไปที่ Advanced > Boot > Secure Boot
    5. เปิดใช้งาน Secure Boot หากเปิดใช้งานครั้งแรก
    6. กด F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากการตั้งค่า BIOS
การกู้คืน BIOS โดยเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง
  1. เสียบ อุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของ Intel NUC เมื่อปิดเครื่องอยู่ (ไม่ได้อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนตหรือโหมดสลีป) แล้วเปิด Intel NUC
  2. ดาวน์โหลดและบันทึกไฟล์zip Recovery BIOS ให้หน่วย Intel NUC ของคุณไปยังอุปกรณ์ USB ดังกล่าว ตัว อย่าง เช่น:
    Download and save the Recovery BIOS file
  3. ดับเบิลคลิกที่ RECOVERY.zip เพื่อแตกไฟล์
  4. ปิด Intel NUC ของคุณ เก็บอุปกรณ์ USB ไว้ในพอร์ต USB
  5. กดปุ่มค้างไว้ ปุ่มเปิด/ปิดเครื่องเป็นเวลาสามวินาทีแล้ว วาง จำหน่าย ก่อนการปิดเครื่อง 4 วินาทีจะแทนที่ เมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะปรากฎขึ้น

    The Power Button Menu appears

  6. กด F4เพื่อเริ่มการกู้คืน BIOS
  7. รอ 2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์
  8. เครื่องคอมพิวเตอร์จะปิดตัวลงเมื่อกระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์ หรืออาจแจ้งให้คุณปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
  9. ถอด แฟลชไดรฟ์ USB
  10. รี สตาร์ตเครื่องคอมพิวเตอร์
การกู้คืน BIOS โดยจัมเปอร์ความปลอดภัย
หมาย เหตุ
  • การกู้คืน BIOS โดยใช้จัมเปอร์ความปลอดภัยของ BIOS จะล้างคีย์ Trusted Platform Module (TPM), คีย์ Intel® Platform Trust Technology (Intel® PTT) และคีย์การคุ้มครองเนื้อหาดิจิทัลที่มีแบนด์วิดธ์สูง (HDCP)
  • คีย์เหล่านี้จะไม่ถูกกู้คืนหลังจากการกู้คืน BIOS
  1. ดาวน์โหลด และ บันทึก ไฟล์ Recovery BIOS ไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS file

  2. คลิ กสอง ครั้ง โดย *. การกู้คืน.zip เพื่อแตกไฟล์

    Double click the RECOVERY zip

    หมาย เหตุ
    1. การแตกไฟล์ด้วยโครงสร้างโฟลเดอร์ไฟล์ดังที่แสดงไว้เป็นสําคัญ
    2. อุปกรณ์ USB ต้องมีโฟลเดอร์ \EFI ที่มีโฟลเดอร์ย่อย \Intel ซึ่งมี INWHL357 ไฟล์ CAP มิเช่นนั้นการกู้คืนจะล้มเหลว

    ตัวอย่าง: D:\INWHL357.0033.RECOVERY\EFI\INTEL\INWHL357 CAP .CAP

  3. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ และถอดสายอแดปเตอร์ AC
  4. เปิด แชสซีและ เอา จัมเปอร์รักษาความปลอดภัยของ BIOS (ดู ข้อมูลด้านเทคนิคของผลิตภัณฑ์ ดูรายละเอียดรวมถึงสถานที่ตั้งของจัมเปอร์นี้)

    Remove the BIOS security jumper

  5. เสียบ อุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์เป้าหมาย แล้วเปิดเครื่อง
  6. รอ 2-5 นาทีเพื่อให้กระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์
  7. เครื่องคอมพิวเตอร์จะปิดลงเมื่อกระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์ หรืออาจแจ้งให้คุณปิดเครื่อง
  8. ถอด อุปกรณ์ USB
  9. ถอด จัมเปอร์รักษาความปลอดภัย BIOS
  10. ปิด แชสซี
  11. รี สตาร์ตเครื่องคอมพิวเตอร์