คำแนะนำเกี่ยวกับการอัปเดตและกู้คืน BIOS สำหรับ Intel®ของ Intel ด้วยคอร์ Aptio V BIOS

เอกสาร

การบำรุงรักษาและประสิทธิภาพ

000033291

24/08/2020

หมาย เหตุ

Intel nuc ที่จัดส่งใน๒๐๑๘และก่อนหน้านี้ใช้ Intel® Visual BIOS core ซึ่งใช้วิธีการอัปเดต BIOS แตกต่างกัน สำหรับรุ่นเหล่านี้โปรดดูคำแนะนำในการอัปเดต bios สำหรับ Intel® NUC พร้อมด้วย VISUAL BIOS

 

หมาย เหตุ

  • ไฟล์อัปเดต BIOS ล่าสุดสำหรับผลิตภัณฑ์ Intel® NUC มีอยู่ใน ศูนย์การดาวน์โหลด
  • คำแนะนำการอัปเดตยังมีอยู่ในรูปแบบ PDF

คำแนะนำการอัปเดต BIOS สำหรับ Intel® NUC ที่มีคอร์ Aptio V BIOS
ขนาดไฟล์: ๒๑๕ KB
วันที่: สิงหาคม๒๐๒๐

  • เมื่อเริ่มต้นกระบวนการอัปเดต จะไม่ทำให้ระบบของคุณดับลง จนกว่าการอัพเดตเสร็จสมบูรณ์ กระบวนการอัปเดตจะใช้เวลาสูงสุด3นาที หากกระบวนการอัปเดต BIOS ถูกขัดจังหวะคอมพิวเตอร์ของคุณอาจไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง เราขอแนะนำให้ทำการประมวลผลในสภาพแวดล้อมที่มีแหล่งจ่ายไฟอย่างต่อเนื่อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มี UPS)
  • ไม่แนะนำให้ใช้ BIOS กับเวอร์ชันก่อนหน้าและอาจไม่ได้รับการสนับสนุน BIOS เวอร์ชันก่อนหน้าอาจไม่มีการสนับสนุนสำหรับโปรเซสเซอร์ล่าสุดการแก้ไขข้อผิดพลาดการอัปเดตความปลอดภัยที่สำคัญหรือสนับสนุนการปรับปรุงบอร์ดล่าสุดที่กำลังผลิตอยู่ในขณะนี้ หากคุณกำลังพยายามดาวน์เกรดเป็น BIOS เวอร์ชันก่อนหน้าและเวอร์ชั่นเฟิร์มแวร์ Intel® ME เก่ากว่าที่อยู่บนมาเธอร์บอร์ดของการปรับลดรุ่นนี้จะ ไม่ได้รับการสนับสนุน
  • ก่อนที่คุณจะเริ่มบันทึกการตั้งค่า BIOS ทั้งหมดที่มีการเปลี่ยนแปลงจากค่าเริ่มต้นดังนั้นพวกเขาจึงสามารถกู้คืนได้หลังจากอัปเดต BIOS เสร็จเรียบร้อยแล้ว

คลิ กหรือหัวข้อเพื่อดูรายละเอียด:

การอัปเดต Express BIOS (ที่อ้างอิงด้วย Windows)
  1. ดาวน์โหลดและบันทึกการอัปเดต Express BIOS (แบบมี. exe) ไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ชั่วคราว ตัว อย่าง เช่น:

    Express BIOS Update

  2. คลิกสองครั้งที่ เพื่อเรียกใช้การอัปเดต Express BIOS

    Double click the EBU.exe

  3. กล่องโต้ตอบคำสั่งจะปรากฏขึ้น กด Y เพื่อรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์และเริ่มการอัปเดต

    Press Y to restart the computer

  4. รอ2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2-5 minutes

  5. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์คอมพิวเตอร์จะเริ่มต้นระบบกลับเข้าสู่ Windows

 

อัพเดต F7 ตัวเลือกการอัปเดต F7 BIOS ช่วยให้คุณอัปเดต BIOS ของระบบในระหว่างกระบวนการเริ่มต้นระบบและก่อนโหลดระบบปฏิบัติการ
  1. ดาวน์โหลดและบันทึก BIOS ในการกู้คืน (. สอด ไฟล์ไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS

  2. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์เป้าหมาย
  3. เริ่มต้น Intel NUC ระหว่าง boot เมื่อมีการแสดงพร้อมท์ F7 ให้กด F7 เพื่อเข้าสู่เครื่องมือการอัปเดต BIOS Flash
  4. เลือกอุปกรณ์ USB และกด ป้อน.

    Select the USB device and press Enter

  5. เลือกตัวเลือก ไฟล์ CAP และกด ป้อน.

    Select the CAP file and press Enter

  6. ยืนยันว่าคุณต้องการอัปเดต BIOS ด้วยการกดEnter
  7. รอ2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2 to 5 minutes

  8. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์คอมพิวเตอร์จะเริ่มต้นระบบกลับเข้าสู่ Windows
อัพเดตราเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง การอัปเดตเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่องช่วยให้คุณอัปเดต BIOS ของระบบในระหว่างกระบวนการเริ่มต้นระบบและก่อนโหลดระบบปฏิบัติการ
  1. ดาวน์โหลดและบันทึก BIOS ในการกู้คืน ( ) ไฟล์ไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS

  2. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของ Intel NUC เมื่อปิดเครื่อง (ไม่ได้อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนตหรือโหมดสลีป)
  3. กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้สามวินาทีแล้วปล่อยก่อนที่จะทำการปิดระบบครั้งที่4 เมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะแสดงขึ้น (ตัวเลือกบนเมนูอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรุ่น Intel NUC)

    The Power Button Menu displays

  4. กด F7 เพื่อเริ่มต้นการอัปเดต BIOS
  5. รอ2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์

    Wait 2 to 5 minutes

  6. เมื่อการอัปเดต BIOS เสร็จสมบูรณ์คอมพิวเตอร์จะเริ่มต้นระบบกลับเข้าสู่ Windows
อัปเดต UEFI Shell

ยูทิลิตี้การอัปเดต UEFI Flash BIOS ช่วยให้คุณอัปเดต BIOS จาก EFI Shell ได้

  1. ดาวน์โหลดการอัปเดต UEFI Flash BIOS (* ไฟล์ UEFI. zip) ตัว อย่าง เช่น:

    ownload the UEFI Flash BIOS Update

  2. คลิกสองครั้งที่ * UEFI. zip เพื่อแยกไฟล์

    Double click the UEFI zip

  3. คัดลอก iFlashVEfi64 และ ไฟล์ CAP ไปยังอุปกรณ์ USB
  4. เชื่อมต่ออุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ตบน Intel NUC
  5. กำหนดค่า BIOS ของคอมพิวเตอร์เป้าหมายเพื่อเริ่มต้นระบบไปยังเชลล์ EFI:
    1. กด F2 ระหว่างการเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS
    2. ไปยังการบูตระ>ขั้นสูง >ปลอดภัย boot
    3. ปิดใช้งาน Boot Secure หากเปิดใช้งาน
    4. ไปยัง >ขั้นสูงเริ่มต้นระบบ >ระดับเริ่มต้น
    5. เปิดใช้งาน เชลล์ภายใน UEFI
    6. กด F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากการตั้งค่า BIOS
  6. กด F10 ในระหว่างการบูตเพื่อเปิดเมนู boot
  7. เลือก UEFI: เชลล์ EFI ในตัว.

    Select UEFI Built in EFI Shell

  8. เปลี่ยนไดเรกทอรีปัจจุบันเป็นแฟลชไดรฟ์ USB โดยป้อนคำสั่ง fsX: โดยที่ X คือหมายเลขไดรฟ์ของ USB แฟลชไดรฟ์จากรายการการแมปอุปกรณ์ ตัวอย่าง: หากไดรฟ์ USB ของคุณเป็น fs0 แล้วพิมพ์ fs0: และกด Enter
  9. ที่พรอมต์คำสั่งให้พิมพ์ IflashVEfi64.efi XXX.CAP (ที่ XXX.CAP คือชื่อไฟล์ของ ไฟล์ CAP) และกด ป้อน.

    Command prompt

  10. กด Y เพื่อเริ่มต้นการอัปเดต
  11. รอให้มีการอัปเดต BIOS ให้เสร็จสมบูรณ์

    Wait for the BIOS update to complete

  12. คอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงานใหม่เมื่อเสร็จสิ้น
  13. ตั้งค่า BIOS กลับไปเป็นการตั้งค่าเดิม:
    1. กด F2 ระหว่างการเริ่มต้นเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS
    2. ไปยัง >ขั้นสูงเริ่มต้นระบบ >ระดับเริ่มต้น
    3. ปิดใช้งาน เชลล์ภายใน UEFI
    4. ไปยังการบูตระ > ขั้นสูง > ปลอดภัย boot
    5. เปิดใช้งาน Boot Secure หากเปิดใช้งานในครั้งแรก
    6. กด F10 เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลงและออกจากการตั้งค่า BIOS
การกู้คืน BIOS โดยเมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง
  1. ดาวน์โหลดและบันทึกไฟล์ BIOS ในการกู้คืนไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS file

  2. คลิกสองครั้งที่การกู้คืน .zip เพื่อแยกไฟล์

    Double click the RECOVERY zip

    หมาย เหตุ

    • สิ่งสำคัญคือต้องแยกไฟล์ที่มีโครงสร้างโฟลเดอร์ไฟล์ตามที่แสดง
    • อุปกรณ์ USB ต้องมีโฟลเดอร์ \EFI กับโฟลเดอร์ย่อย \Efi ซึ่งประกอบด้วย INWHL357 ไฟล์ CAP มิฉะนั้นการกู้คืนจะล้มเหลว

    ตัวอย่าง: D:\INWHL357.0033.RECOVERY\EFI\INTEL\INWHL357. หมวก

  3. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของ Intel NUC เมื่อปิดเครื่อง (ไม่ได้อยู่ในโหมดไฮเบอร์เนตหรือโหมดสลีป)
  4. กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้สามวินาทีแล้วปล่อยก่อนที่จะทำการปิดระบบแบบ4วินาที เมนูปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะปรากฏขึ้น

    The Power Button Menu appears

  5. กด F4 เพื่อเริ่มการกู้คืน BIOS
  6. รอ2-5 นาทีเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์
  7. คอมพิวเตอร์จะปิดเครื่องเมื่อกระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์หรือจะพร้อมท์ให้คุณปิดคอมพิวเตอร์
  8. ถอด USB แฟลชไดรฟ์
  9. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
การกู้คืน BIOS โดยการรักษาความปลอดภัยจัมเปอร์

หมาย เหตุ:

  • การกู้คืน BIOS โดยใช้จัมเปอร์การรักษาความปลอดภัยของ BIOS จะล้างคีย์โมดูล (TPM) ที่เชื่อถือได้คีย์, Intel® Platform Trust Technology (Intel® PTT), และคีย์การป้องกันเนื้อมูลดิจิทัลที่มีแบนด์วิดธ์ (HDCP) สูง
  • คีย์เหล่านี้จะไม่ได้รับการคืนค่าหลังจากกู้คืน BIOS
  1. ดาวน์โหลดและบันทึกไฟล์ BIOS ในการกู้คืนไปยังอุปกรณ์ USB ตัว อย่าง เช่น:

    Download and save the Recovery BIOS file

  2. คลิกสอง *. การกู้คืน .zip เพื่อแยกไฟล์

    Double click the RECOVERY zip

    หมาย เหตุ

    1. สิ่งสำคัญคือต้องแยกไฟล์ที่มีโครงสร้างโฟลเดอร์ไฟล์ตามที่แสดง
    2. อุปกรณ์ USB ต้องมีโฟลเดอร์ \EFI กับโฟลเดอร์ย่อย \Efi ซึ่งประกอบด้วย INWHL357 ไฟล์ CAP มิฉะนั้นการกู้คืนจะล้มเหลว

    ตัวอย่าง: D:\INWHL357.0033.RECOVERY\EFI\INTEL\INWHL357.CAP

  3. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และถอดปลั๊กอะแดปเตอร์แปลงไฟ AC
  4. เปิดแชสซีและลบจัมเปอร์การรักษาความปลอดภัยของ BIOS (ดู ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ สำหรับรายละเอียดต่างๆรวมถึงตำแหน่งของจัมเปอร์นี้)

    Remove the BIOS security jumper

  5. เสียบอุปกรณ์ USB เข้ากับพอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์เป้าหมายและเปิดเครื่อง
  6. รอประมาณ2-5 นาทีเพื่อให้กระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์
  7. คอมพิวเตอร์จะปิดเมื่อกระบวนการกู้คืนเสร็จสมบูรณ์หรือจะแสดงพร้อมท์ให้คุณปิดใช้งาน
  8. ถอดอุปกรณ์ USB
  9. เปลี่ยนจัมเปอร์การรักษาความปลอดภัยของ BIOS
  10. ปิดแชสซี
  11. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์