การตรวจสอบและการจัดการระยะไกล (RMM) คืออะไร

เทคโนโลยี RMM ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านไอทีและการบริการด้านจัดการสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ปลายทางและจัดการงานพีซีของลูกค้าจากระยะไกล1 2

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบและการจัดการระยะไกล (RMM):

  • กลยุทธ์การตรวจสอบและการจัดการระยะไกล (RMM) ที่แข็งแกร่งจะเพิ่มความเชื่อถือได้และประสิทธิภาพของไอทีสำหรับธุรกิจทุกขนาด

  • แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่มีคุณสมบัติ RMM ช่วยให้ทีมไอทีสามารถจัดการอุปกรณ์นอกวงโดยเพิ่มความยืดหยุ่น ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

  • ด้วยอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นบน Intel วีโปร® ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถจัดการอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัยภายนอกไฟร์วอลล์องค์กร ผ่านคลาวด์โดยใช้ Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA)

author-image

By

การตรวจสอบและการจัดการระยะไกล (RMM) หรือการจัดการไอทีจากระยะไกล เทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีและผู้ให้บริการที่มีการจัดการ (MSPs) ตรวจสอบพีซีและอุปกรณ์อื่นๆ จากระยะไกล การตรวจสอบระยะไกลรวมถึง การบำรุงรักษาเชิงรุกเพื่อปรับปรุงความเชื่อถือได้และประสิทธิภาพการทำงานของไอทีโดยรวม เกือบสองในสาม (67%) ของพนักงานที่ทำงานจากระยะไกลแบบเต็มเวลาและบางเวลา3 การมีกลยุทธ์การจัดการจากระยะไกลมีความสำคัญต่อองค์กรทุกขนาด

เทคโนโลยี RMM ใช้สำหรับอะไร

RMM ใช้ในการช่วยเหลือองค์กรให้มีความคล่องตัว สามารถทำงานด้านไอทีจากระยะไกลได้หลากหลาย ซึ่งประกอบด้วย:

  • การตั้งค่าและการกำหนดค่าพีซี
  • การเข้าถึงระยะไกล
  • การกู้คืนและการสำรองจากระยะไกล
  • การจัดการโปรแกรมแก้ไข
  • การป้องกันไวรัสแบบมีการจัดการ
  • การจัดการความเสี่ยงในการละเมิดข้อมูล

ประโยชน์ที่ได้รับจาก RMM

การจัดการจากระยะไกลมีประโยชน์มากมายที่ช่วยให้งานของผู้ดูแลระบบไอทีง่ายขึ้น กลยุทธ์ RMM ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้อุปกรณ์ไคลเอนท์ได้รับการบริการ บำรุงรักาาและรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องมีพนักงานไอทีไปทำงานกับอุปกรณ์ ซึ่งตรงกับคำจำกัดความของความคล่องตัวขององค์กร

การเข้าถึงอุปกรณ์ที่รวดเร็วเพิ่มเวลาทำงานสูงสุดและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถดูแลงานบำรุงรักษาเป็นประจำได้ในระหว่างที่ผู้ใช้หยุดทำงาน เพื่อลดการแทรกแซงให้ต่ำที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในภาคสนามกับอุปกรณ์ปลายทาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของไอทีและขจัดเวลาในการเดินทาง MSP ได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นด้วยเนื่องจากสามารถปฏิบัติงานได้จากสำนักงานส่วนกลาง

การตรวจสอบระยะไกลช่วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยของไอที โดยมีการตรวจสอบอุปกรณ์โดยอัตโนมัติตามตารางเวลาที่กำหนดไว้เป็นประจำ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นสำหรับผู้ใช้ในการจัดการการอัปเดตการรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง

จากการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์พีซีที่ไม่ต้องมีผู้ใช้ เช่น ป้ายดิจิทัล ตู้บริการอัตโนมัติ และตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ RMM จึงเป็นวิธีการที่คุ้มค้าในการตรวจสอบให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงทำงานตามปกติ ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถทำการอัปเดตหรือซ่อมแซมได้โดยไม่ต้องใช้ช่างเทคนิคบริการ

ความสามารถของ RMM ที่สนับสนุนด้วยฮาร์ดแวร์ เช่น ที่มีอยู่บน Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของซอฟต์แวร์

การรวมกันของโซลูชั่น RMM ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

คุณสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ RMM ได้จากผู้ให้บริการจำนวนมาก หลายรายมีอินเทอร์เฟซในตัวสำหรับการจัดการแอสเซทที่ครอบคลุมเครือข่าย การกำหนดกลยุทธ์ RMM ที่แข็งแกร่งควรรวมการประเมินว่าซอฟต์แวร์ใดที่ตอบสนองความต้องการขององค์กรของคุณได้ดีที่สุด องค์กรขนาดใหญ่สามารถใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ อาจต้องการให้ผู้ให้บริการที่มีการจัดการ (MSP) แนะนำโซลูชั่นที่ตรงตามความต้องการของพวกเขามากกว่า

ความท้าทายประการหนึ่งในกลยุทธ์ RMM เฉพาะซอฟต์แวร์ คือ สามารถจัดการซอฟต์แวร์ได้เมื่ออุปกรณ์เปิดทำงานเท่านั้น เมื่อระบบปฏิบัติการ (OS) ไม่ตอบสนอง ประเภทของปัญหาที่สามารถแก้ไขได้จากระยะไกลจะถูกจำกัดลงอย่างมาก

ความสามารถของ RMM ที่สนับสนุนด้วยฮาร์ดแวร์ เช่น ที่มีอยู่เป็นส่วนหนึ่งของ Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows สามารถจัดการความท้าทายเหล่านี้ได้ ฮาร์ดแวร์ RMM ใช้ความสามารถในการจัดการจากระยะไกลที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของซอฟต์แวร์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดการนอกวง ที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีเข้าถึงอุปกรณ์ได้โดยไม่คำนึงถึงสถานะการเปิดทำงานของอุปกรณ์ ยกตัวอย่างเช่น ป้ายดิจิทัลที่ติดอยู่บนจุดที่เข้าถึงได้ยาก เช่น จอแสดงสถานะเที่ยวบินในสนามบิน ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถเปิดป้ายดิจิทัล บูทระบบปฏิบัติการและซ่อมแซมปัญหาต่างๆ ได้จากระยะไกล

Intel vPro® Enterprise

Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows เป็นแพลตฟอร์มระดับธุรกิจสำหรับอุปกรณ์พีซีและที่ใช้พีซี รวมถึงคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ใช้ฮาร์ดแวร์ในตัวเพื่อ ประสิทธิภาพ, ความสามารถในการจัดการ, การรักษาความปลอดภัย และ ความเสถียร แพลตฟอร์มได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อมไอทีที่มีการจัดการ แต่สามารถมอบมูลค่าให้กับธุรกิจทุกขนาด

Intel วีโปร® Enterprise หนึ่งในส่วนประกอบหลัก มอบความสามารถที่มีประสิทธิภาพสำหรับการตรวจสอบและการจัดการระยะไกล คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยลดต้นทุนการจัดการอุปกรณ์และลดการขัดจังหวะผู้ใช้ การโทรจากฝ่ายสนับสนุนไอที และการหยุดการทำงาน

Intel® Active Management Technology (Intel® AMT)
Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) ที่มีเฉพาะบน Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ช่วยให้ผู้ดูแลระบบไอทีจัดการและซ่อมแซมพีซีได้จากระยะไกล เมื่อปิดอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการไม่ตอบสนอง โดยใช้การเชื่อมต่อนอกวงที่ทำงานได้โดยอิสระของระบบปฏิบัติการและการเชื่อมต่ออย่างถาวร ผู้ดูแลระบบสามารถซ่อมแซมไดรเวอร์ที่เสียหาย ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน หรือระบบปฏิบัติการสำหรับระบบที่ไม่ตอบสนอง

ด้วยการควบคุม keyboard, video, and mouse (KVM) over IP จากระยะไกล ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถเข้าถึงพีซีได้ราวกับนั่งอยู่หน้าเครื่อง เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ที่ไม่มีผู้ใช้ทำงานอยู่

คอนโซลซอฟต์แวร์ที่ใช้คลาวด์
Intel® Endpoint Management Assistant (Intel® EMA) ให้ผู้ดูแลระบบไอทีจัดการอุปกรณ์ผ่านคลาวด์ได้อย่างปลอดภัยผ่าน Intel® AMT ด้วย Intel® EMA อุปกรณ์สามารถจัดการได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นผ่านคลาวด์ แม้เมื่ออยุ่นอกไฟร์วอลล์องค์กร

เริ่มต้นใช้งาน
พีซีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows จะช่วยให้คุณสามารถลดการสนับสนุนด้านการซ่อมบำรุง ลดค่าบำรุงรักษาพีซี ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ และลดเวลาหยุดทำงานด้วยขีดความสามารถในการจัดการอุปกรณ์จากระยะไกลไม่ว่าจะอยู่ในองค์กร หรือในระบบคลาวด์ ในการเริ่มต้นใช้งาน มองหาอุปกรณ์ แล็ปท็อปธุรกิจ และ เดสก์ท็อปธุรกิจ ที่สร้างขึ้นน Intel วีโปร® หรือสอบถาม MSP ของคุณเกี่ยวกับตัวเลือกอุปกรณ์

การจัดการระยะไกลด้วย Intel® AMT

ในฐานะส่วนหนึ่งของ Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows Intel® Active Management Technology (Intel® AMT) มาพร้อมชุด remote monitoring and management (RMM) และเทคโนโลยี mobile device management (MDM) การศึกษาของ Forrester Consulting พบว่า การรักษาความปลอดภัยและการจัดการอุปกร์ดีขึ้นเมื่อใช้ Intel วีโปร® Enterprise สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนได้ถึง 1.3 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปี ขณะเดียวกัน การใช้โปรแกรมแก้ไขจากระยะไกลโดยอัตโนมัติผ่าน Intel® AMT ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนหลังปรับตามความเสี่ยงแล้วได้ถึง 81,000 ดอลลาร์ใน 3 ปี4

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพ

1

แพลตฟอร์ม Intel vPro® ในทุกเวอร์ชันจะต้องใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ ที่เข้าเกณฑ์ ระบบปฏิบัติการที่รองรับ ซิลิคอน Intel LAN และ/หรือ WLAN การปรับปรุงเฟิร์มแวร์ และฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อหยิบยื่นรูปแบบการใช้งานด้านการบริหารจัดการ คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพระบบและความเสถียรที่บ่งบอกถึงตัวแพลตฟอร์ม โปรดดูรายละเอียดที่ intel.com/performance-vpro

2

ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน การกำหนดค่า และปัจจัยอื่นๆ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ www.Intel.com/PerformanceIndex ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบใดที่จะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ ค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ของคุณอาจแตกต่างกันไป เทคโนโลยี Intel อาจต้องใช้การเปิดใช้ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือบริการ Intel ไม่ได้ควบคุมหรือตรวจสอบข้อมูลของบุคคลที่สาม คุณควรศึกษาแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพื่อประเมินความแม่นยำ © Intel Corporation Intel, โลโก้ Intel และเครื่องหมาย Intel อื่น ๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท Intel Corporation หรือบริษัทในเครือ ชื่อและตราสินค้าอื่นอาจถูกอ้างกรรมสิทธิ์โดยบุคคลอื่น

3การสำรวจโดย Gallup เดือนตุลาคม 2021 https://news.gallup.com/poll/355907/remote-work-persisting-trending-permanent.aspx.
4

Total Economic Impact™ ของแพลตฟอร์ม Intel vPro® ซึ่งเป็นการศึกษาที่มอบหมายโดย Intel และดำเนินการโดย Forrester Consulting (ธันวาคม 2018) การประหยัดเงินที่องค์กรอื่นๆ จะได้รับจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ เช่น ขนาดและระดับเส้นฐานของความปลอดภัย การบริหารจัดการ และประสิทธิภาพการผลิตก่อนที่ธุรกิจจะเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์ม Intel vPro® ดูแหล่งข้อมูลอื่นๆ และใช้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับองค์กรของคุณเพื่อกำหนดผลประโยชน์สำหรับองค์กรของคุณ อ่านการศึกษาฉบับเต็มได้ที่ www.thailand.intel.com/vProPlatformTEI ค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ของคุณอาจแตกต่างกันไป