• <กลับสู่คอลเล็คชั่น
Masthead Light

การบันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์

เทคโนโลยีบันทึกเสียงในคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาการอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แม้แต่คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพพื้นฐานก็สามารถบันทึกเสียงได้อย่างมืออาชีพหากมีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการบันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์ ทั้งสำหรับมืออาชีพและสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกเสียงทักทายทั่ว ๆ ไปสำหรับเพื่อนและคนในครอบครัว

การใช้ฮาร์ดแวร์บันทึกเสียงทั่วไป

คุณสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงได้โดยใช้ไมโครโฟนหรือสายต่อ line in สำหรับต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ช่องเสียบต่อไมค์ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการบันทึกเสียงโดยตรงจากไมโครโฟนคอมพิวเตอร์ ส่วนสาย line in เหมาะสำหรับบันทึกเสียงจากต้นทางอื่น ๆ เช่น เครื่องเล่น CD หรือมิกเซอร์

ไมโครโฟนมีจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งแบบ USB คุณภาพสูงซึ่งเหมาะสำหรับบันทึกเสียงในบ้านและทำ
พอดคาสต์ ไมโครโฟนมีจำหน่ายในราคาแตกต่างกันไป ทั้งนี้ไมค์ USB ระดับมืออาชีพอาจมีราคาเริ่มต้นเพียง
$50 เท่านั้น

ฮาร์ดแวร์บันทึกเสียงขั้นสูง

นักดนตรีและนักพอดคาสต์ระดับครัวเรือนอาจต้องการระบบบันทึกเสียงที่มีความซับซ้อนมากกว่า ซึ่งอาจมีราคามากขึ้นเล็กน้อยแต่ให้เสียงและปรับแต่งได้ยืดหยุ่นมากกว่า

อินเทอร์เฟซในการบันทึกเสียงอาจแตกต่างกันไปตามกำลังเครื่องและช่องต่อไมโครโฟนที่มี อินเทอร์เฟซอย่าง TASCAM's US1641* เหมาะสำหรับมืออาชีพตัวจริง โดยสามารถรองรับไมโครโฟนได้เป็นจำนวนมากในเวลาเดียวกัน อินเทอร์เฟซที่เล็กกว่ามักมีราคาถูกกว่าแต่ก็สามารถบันทึกเสียงจากไมโครโฟนได้ครั้งละสองถึงสามตัวเท่านั้น เช่นในกรณีของนักดนตรีที่ต้องการบันทึกเสียงและกีตาร์แยกจากกันเพื่อให้เสียงที่ดียิ่งกว่า

แม้ว่าระบบบันทึกเสียงขั้นสูงเหล่านี้จะมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม แต่ไมโครโฟนราคา $20-50 ก็น่าจะเพียงพอสำหรับบุคคลทั่วไปที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีโปรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ทั้งนี้จะต้องมีซอฟต์แวร์บันทึกเสียงที่เหมาะสมติดตั้งไว้ด้วยเช่นกัน

การเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม

Windows 7* และ XP* มีโปรแกรมติดตั้งสำเร็จที่สามารถบันทึกแทร็คเสียงเล็ก ๆ ได้ (จะกล่าวถึงเพิ่มเติมในภายหลัง) แต่หากคุณต้องการคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อาจจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์จากภายนอก โปรแกรมบันทึกเสียงยอดนิยมได้แก่

Audacity* - โปรแกรมฟรีที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ซอฟต์แวร์มืออาชีพอีกหลายตัว สามารถบันทึกและตัดต่อเสียงได้อย่างที่ใจต้องการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักบันทึกเสียงทั่วไปที่ยังไม่เคยบันทึกเสียงอย่างจริงจังมาก่อน

Adobe* Audition* - Audition มีคุณสมบัติในการทำงานมากกว่าและมีเอฟเฟกต์อยู่มากมาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับตัดต่อเสียงสำหรับใช้กับวิดีโอ หรือผลิตผลงานเสียงระดับมืออาชีพ ซอฟต์แวร์ตัวนี้มีราคาแพง แต่สามารถรองรับฮาร์ดแวร์เสียงได้ทุกตัว

ProTools* - ProTools คือชุดเครื่องมือระบบเสียงระดับมืออาชีพอย่างชื่อ ซึ่งต้องใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์ที่กำหนด โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพ การติดตั้งและใช้งานมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

เนื่องจาก Audacity เป็นโปรแกรมฟรีจึงเหมาะสำหรับเลือกใช้ ทั้งนี้คุณสามารถปรับใช้คำแนะนำต่อไปนี้กับโปรแกรมบันทึกเสียงยอดนิยมอื่น ๆ ได้เช่นกัน

การตั้งค่าบันทึกเสียงที่เหมาะสม

หลังดาวน์โหลดและติดตั้ง Audacity (หรือโปรแกรมบันทึกเสียงจากคอมพิวเตอร์อื่น ๆ) ให้เลือกช่องสัญญาณขาเข้าที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการบันทึกผ่านช่อง line in ของคอมพิวเตอร์

ปรับแต่งค่าบันทึกเสียงใน Windows โดยเข้าไปที่ Control Panel จาก Windows 7 คลิก "Hardware And Sound" ตามด้วย "Manage Audio Devices”

แท็บ "Recording" ในเมนูนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกไมโครโฟนหรืออุปกรณ์ line in ที่ต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ หลังจากเลือกไมค์ที่ต้องการได้แล้ว คุณสามารถปรับระดับเสียงโดยใช้แถบสไลด์เพื่อให้เสียงที่บันทึกไม่เกิดโอเวอร์ไดร์ฟ ทำให้มีเสียงหวีดรบกวน เสียงจะถูกบันทึกเป็นแถบสีแดงหากดังมากเกินไป พยายามปรับแถบสไลด์เพื่อให้เสียงอยู่ในแถบสีเขียวและเหลืองตามเกณฑ์ประสิทธิภาพที่เหมาะสม

การใช้ซอฟต์แวร์บันทึกเสียง

หลังจากติดตั้งไมโครโฟนเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถเริ่มการบันทึกเสียงผ่าน Audacity ได้โดยเลือกรายการจากนั้นกดปุ่มบันทึก คุณสามารถบันทึกแทร็คเสียงเดียวในคอมพิวเตอร์ได้ง่ายมาก และสามารถแก้ไขจุดผิดพลาดในภายหลังตามคำแนะนำที่จัดมาให้พร้อมกับโปรแกรม โปรแกรมบันทึกเสียงส่วนใหญ่ทำงานคล้ายคลึงกัน

หากคุณต้องการบันทึกเพลงลงคอมพิวเตอร์ คุณอาจต้องการบันทึกมากกว่าแทร็คเดียว ในกรณีนี้ให้ปลดล็อคแทร็คที่ต้องการบันทึกและเพิ่มแทร็คใหม่เข้ามา การบันทึกใหม่ทุกครั้งจะต้องมีแทร็คเป็นของตัวเอง และคุณอาจต้องเข้าไปที่เมนูปรับตั้งค่าเพื่อตรวจสอบว่าแทร็คเดิมจะเปิดเล่นได้ขณะบันทึกแทร็คใหม่

การล็อคและกดปุ่มบันทึกจะเป็นการเปิดเล่นแทร็คอื่นขณะบันทึกแทร็คใหม่ เพื่อให้คุณสามารถพูดกับตัวเอง เพิ่มเสียงฮาร์โมนี่ กีตาร์หรือเสียงอื่น ๆ ที่ต้องการ ขั้นตอนนี้เรียกว่ามัลติแทร็ค

การรองรับมัลติแทร็คของคอมพิวเตอร์จะจำกัดอยู่ที่กำลังการประมวลผล แม้แต่คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงก็อาจมีปัญหาในการบันทึกและเปิดเล่นแทร็คเสียงเป็นจำนวนมากไปพร้อม ๆ กัน การเพิ่มเอฟเฟกต์จะทำให้โปรเซสเซอร์เครื่องและการ์ดเสียงรับภาระมากยิ่งขึ้น

ผู้ที่ชอบบันทึกเสียงในบ้านและต้องการทำมัลติแทร็คอาจต้องหาซื้อการ์ดเสียงดี ๆ หรืออินเทอร์เฟซบันทึกเสียงระดับมืออาชีพตามที่แจ้งไปก่อนหน้า เนื่องจากจะทำให้กระบวนการง่ายยิ่งขึ้น

เลือกไฟล์เสียงที่เหมาะสม

หลังจากบันทึกเสียงแล้ว คุณจะต้องเลือกฟอร์แมตไฟล์เสียงที่ต้องการ จากนั้นส่งออกไฟล์และแชร์กับเพื่อนหรือคนในครอบครัว MP3 ถือเป็นฟอร์แมตที่เหมาะสำหรับส่งอีเมลและแชร์ทางอินเทอร์เน็ต คุณภาพของไฟล์นี้วัดเป็นกิโลไบต์ต่อวินาที ย่อเป็น kbps MP3 ขนาด 192kbps มีคุณภาพเทียบเท่ากับแผ่น CD

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์บางรายอาจต้องการคุณภาพเสียงในระดับสูงสุด ผู้ใช้กลุ่มนี้อาจเลือกใช้ฟอร์แมต WAV ซึ่งเป็นไฟล์ raw ที่มีองค์ประกอบใกล้เคียงกับข้อมูลบันทึกเสียงต้นทางมากที่สุด ไฟล์ WAV จะไม่มีการบีบอัดใด ๆ เลลย

ไฟล์เสียงอื่น ๆ ยังได้แก่ WMA และ AAC ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะมีลักษณะคล้ายกับ MP3 ในเบื้องต้นแนะนำให้บันทึกไฟล์แบบ MP3 หรือใกล้เคียงกันเพื่อลดขนาดไฟล์ ยกเว้นในกรณีที่ต้องการรักษารายละเอียดของข้อมูลเสียงทั้งหมดไว้

หลังจากบันทึกข้อมูลในฟอร์แมตที่ต้องการแล้ว คุณสามารถอีเมลไฟล์เสียงขนาดไม่เกิน 6 เมกะไบต์ได้ทันที หากไฟล์ใหญ่กว่านี้อาจต้องใช้บริการพิเศษอย่าง SoundCloud*

อ่านข้อมูลภายในเกี่ยวกับแนวคิดของเราด้านเทคโนโลยี ชีวิตและวัฒนธรรม

ข้อมูลเพิ่มเติม

Ultrabook™ convertible - Egypt

Suddenly, everything else seems old-fashioned.

รับชมเดี๋ยวนี้ >