ในชั้นเรียนอาจมีการนำโครงงานมาใช้หลายรูปแบบ แต่โครงงานที่มีประสิทธิภาพนั้น ควรมีความสมดุลกันระหว่างระดับของการดำเนินการของนักเรียนกับแผนงานที่กำหนดโดยครูซึ่งชี้นำไปสู่ตัวผลงาน ลักษณะที่ดีของหน่วยการเรียนรู้แบบโครงงานควรจะมี คือ
นักเรียนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการเรียนรู้
การออกแบบโครงงานที่ดีจะช่วยการเรียนรู้ผู้เรียนให้มีภาระงานที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงสู่ชีวิตจริง ภาระงานจากโครงงานที่ทรงพลังจะช่วยสร้างผู้เรียนให้มีการตัดสินใจที่ดีขึ้น รวมทั้งนำสิ่งที่ตัวเองสนใจและความอยากรู้อยากเห็นมาสรรค์สร้างผลงานชั้นเยี่ยมที่ผสานด้วยพฤติกรรมการเรียนรู้ นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีที่จะสืบค้นข้อมูล และมีส่วนในการตัดสินใจที่จะลงมือดำเนินงานจนผลงานสำเร็จ ครูจะมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้หรือโค้ชมากกว่า ส่วนการลงมือทำงานก็จะเป็นงานกลุ่มแบบร่วมมือกัน ที่เชื่อกันว่าจะให้ผลดีกว่าการลงมือทำงานคนเดียว
โครงงานจะมีวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้
โครงงานที่ดีจะถูกพัฒนาขึ้นโดยอิงกับแก่นของหลักสูตรหรือเนื้อหาที่เป็นมาตรฐานการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ว่าผู้เรียนต้องเรียนรู้อะไรจากผลงานที่ได้ ครูสามารถระบุได้ถึงผลการเรียนรู้จากแผนการประเมินและการจัดกระบวนการเรียนการสอน ตัวโครงงานจะมีผลงานชั้นยอดของผู้เรียนที่บ่งบอกถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ เช่น การนำเสนอเพื่อการโน้มน้าวจิตใจ จดหมายข่าวที่มีข้อมูลสารสนเทศอันแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในเนื้อหาและบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้
โครงงานจะถูกขับเคลื่อนโดยคำถามกำหนดกรอบการเรียนรู้
ชุดคำถามเหล่านี้จะช่วยเน้นย้ำถึงการเรียนรู้ที่สำคัญๆ ในโครงงาน นักเรียนจะถูกแนะนำให้ทำโครงงานผ่านคำถามเกี่ยวกับแนวคิดที่สำคัญๆ ที่บูรณาการหลากหลายสาระ จะถูกท้าทายให้ค้นคว้าเชิงลึกไปยังเนื้อหาสาระที่เฉพาะเจาะจงโดยมุ่งเน้นที่มาตรฐานการเรียนรู้และวัตถุประสงคืการเรียนรู้เป็นสำคัญ ชุดคำถามกำหนดกรอบการเรียนรู้ประกอบด้วยคำถาม 3 ชนิดด้วยกันคือ คำถามสร้างพลังคิด คำถามประจำหน่วยและคำถามประจำบท คำถามสร้างพลังคิดจะเป็นคำถามปลายเปิดที่เจาะไปที่แนวคิดหรือความคิดรวบยอดที่เราต้องการให้เกิดความเข้าใจ ปกติแล้วจะมีการเชื่อมโยงข้ามสาระเพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ คำถามประจำหน่วยจะเชื่อมโยงโดยตรงไปที่ตัวโครงงานและเอื้อต่อการค้นคว้าเพื่อเข้าไปถึงคำถามสร้างพลังคิด คำถามประจำบทจะช่วยสะท้อนถึงระดับความรู้ความเข้าใจของนักเรียนที่มีต่อเนื้อหาหลักๆ ที่เป็รแก่นของโครงงาน จะเป็นคำถามเชิงข้อเท็จจริงที่ถูกระบุในมาตรฐานหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้
โครงงานจะถูกประเมินเป็นกระบวนการต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังจะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มทำโครงงานและถูกประเมินความเข้าใจเป็นระยะๆ ด้วยเครื่องมือประเมินและวิธีการที่หลากหลาย นักเรียนจะมีแนวทางและตัวแบบเพื่อสร้างผลงานคุณภาพดีและรู้ว่าสิ่งที่คาดหวังคืออะไรตั้งแต่เริ่มทำโครงงาน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการสะท้อนความคิด การให้ผลสะท้อนกลับและการปรับเปลี่ยนในขณะทำโครงงานด้วย
โครงงานมีการเชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
โครงงานจะมีความสัมพันธ์กับชีวิตจริงของผู้เรียน และอาจจะเกี่ยวข้องกับชุมชน ผู้เชี่ยวชาญหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถช่วยในการเรียนรู้ได้ นักเรียนอาจจะมีโอกาสได้นำเสนอผลงานต่อผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือสื่อสารกันผ่านเทคโนโลยี
นักเรียนแสดงออกถึงความรู้ผ่านการสร้างชิ้นงานและพฤติกรรมการแสดงออก
ผลสำเร็จของโครงงานมักจะแสดงออกด้วยการแสดงว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจผ่านการนำเสนอผลงาน เอกสารรายงาน การจัดนิทรรศการ เค้าโครงงานวิจัย หรือแม้กระทั่งการสร้างแบบจำลอง ผลงานเหล่านี้จะเปิดโอกาสได้นักเรียนได้แสดงออกว่ามีความรู้ความสามารถจริง
ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนและยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียน
นักเรียนจะมีโอกาสใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อมาช่วยสนับสนุนการพัฒนาทักษะการคิด การทำงาน ตลอดจนการสร้างสรรค์ผลงาน โดยตัวนักเรียนเองจะเป็นผู้ควบคุมการสร้างสรรค์ผลงานได้มากกว่าเมื่อใช้เทคโนโลยีตลอดจนการปรับปรุงตามความต้องการของตนเอง นักเรียนสามารถเรียนรู้โดยไม่ยึดติดอยู่กรอบของห้องเรียนผ่านการร่วมมือทำงานกับเพื่อนที่อยู่ห่างไกลออกไปด้วยการใช้อีเมล์และเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเอง หรือสำเสนอผลงานจากการเรียนร็ผ่านสื่อมัลติมีเดีย
การบูรณาการทักษะการคิดเข้าสู่โครงงาน
โครงงานควรมีการสนับสนุนทางอภิปัญญาและกระบวนการรู้คิด เช่น การทำงานแบบร่วมมือ การกำหนดแนวทางการทำงานของตนเอง การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการประเมินคุณค่าของสารสนเทศ โดยตลอดทั้งกระบวนการทำโครงงาน ชุดคำถามกำหนดกรอบการเรียนรู้จะเป็นส่วนที่ท้าทายผู้เรียนให้เกิดความคิดและเชื่อมโยงกรอบแนวคิดกับสภาพที่เป็นจริง
ประกอบด้วยกลวิธีสอนที่หลากหลายที่เอื้อต่อรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน
ด้วยกลยุทธ์วิธีสอนอันหลากหลายที่ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูง จะทำให้มีความเชื่อมั่นที่ว่านักเรียนจะมีโอกาสประสบผลสำเร็จจากการจัดการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน วิธีสอนนี้อาจประกอบด้วยการใช้กระบวนการกลุ่มแบบร่วมมือที่หลากหลาย ผังกราฟิก การให้ผลการประเมินย้อนกลับโดยครูผู้สอนและนักเรียน และอื่นๆ
ศึกษาเกี่ยวกับหน่วยการเรียนรู้แบบโครงงานได้ที่
เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ที่จะได้จากการเรียนรู้ด้วยโครงงานในชั้นเรียน