การค้นพบโดยบังเอิญ

การค้นพบโดยบังเอิญ

การค้นพบโดยบังเอิญ

สรุปภาพรวมของหน่วยการเรียนรู้
อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ สำรวจคำถามสร้างพลังคิด: เราได้ประโยชน์จากอุบัติเหตุได้อย่างไร โดยให้นักเรียนสะท้อนจากประสบการณ์ในชีวิตเวลาที่ข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุ แล้วกลับกลายเป็นผลดี นักเรียนวิเคราะห์ว่าทักษะและกระบวนการอะไรที่ใช้ในสถานการณ์ เพื่อเชื่อมโยงความเข้าใจไปยังหน่วยการเรียนรู้ นักเรียนจะสวมบทบาทเป็นนักวิทยาศาสตร์/นักประดิษฐ์ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ ค้นหาการใช้ด้านการตลาดสำหรับสารตัวใหม่ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุในห้องแล็บ นักเรียนวิจัยคำถาม: นักวิทยาศาสตร์ใช้อุบัติเหตุหรือข้อผิดพลาดเพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร  นักเรียนค้นหาคำตอบให้กับคำถาม : ด้วยวิธีการใดบ้างที่วิธีการทางวิทยาศาสตร์สามารถช่วยคุณบรรลุตามเป้าหมายได้ โดยการค้นหาเป้าหมายทางการตลาดสำหรับสารตัวใหม่ นักเรียนจะต้องใช้ความรู้เรื่องคุณสมบัติของสารและกระบวนการการทดลองเพื่อ พิสูจน์ว่าข้อคิดเห็นของพวกเขาใช้งานได้และท้ายที่สุดเชิญชวนผู้อื่นให้ซื้อ ผลิตภัณฑ์อีกด้วย โครงงานสุดท้ายนักเรียนจะทำฉลากสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สังเคราะห์จากการเรียนรู้ ทั้งหมด โดยมุ่งที่เป้าหมายของผลิตภัณฑ์ทางการตลาดของผู้บริโภค

คำถามเพื่อกำหนดกรอบการเรียนรู้

  • คำถามสร้างพลังคิด
    เราได้ประโยชน์จากอุบัติเหตุของเราอย่างไร
  • คำถามประจำหน่วยการเรียนรู้  
    นักวิทยาศาสตร์ในอดีตใช้อุบัติเหตุหรือข้อผิดพลาดเพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร
    ด้วยวิธีการใดบ้างที่วิธีการทางวิทยาศาสตร์สามารถช่วยคุณบรรลุเป้าหมายได้
  • คำถามประจำบทเรียน
    การสำรวจอะไรที่จำเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของสาร
    ความสัมพันธ์ระหว่างมวลปริมาตรและความหนาแน่นคืออะไร
    คุณจะจัดการทดลองทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร

เส้นลำดับเวลาการประเมิน 

เส้น ลำดับเวลาแสดงตามลำดับการประเมินทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการที่เกิด ขึ้นในหน่วยการเรียนรู้ ตารางข้างล่างนี้อธิบายว่าจะใช้การประเมินแต่ละชนิดอย่างไรและใครจะใช้เพื่อ วัตถุประสงค์อะไร

ผู้เขียนหน่วยการเรียนรู้

เทเรซา มาเวส (Teresa Maves) เข้าร่วมในโครงการอินเทล ซึ่งสะท้อนความคิดของเธอออกมาเป็นแผนการประเมินนี้ กลุ่มครูได้ขยายแผนออกเป็นตัวอย่างที่คุณเห็นอยู่นี้

เส้นลำดับเวลาการประเมิน

ก่อนเริ่มโครงงาน

ระหว่างทำโครงงาน

เมื่อโครงงานสิ้นสุด

timeline

  • การอภิปราย
  • บันทึก
  • แผนภูมิการคาดคะเนและการสังเกต
  • รูบริกคุณสมบัติทางกายภาพ
  • แผนภูมิการจัดการข้อมูล
  • การประชุม

 

  • รูบริกกระบวนการทดลอง
  • ตารางตรวจสอบการทดลอง
  • รูบริกการใช้ข้อมูลเพื่อเชิญชวน
  • ตารางตรวจสอบฉลาก
  • บันทึกการสะท้อนความคิดเห็น
  • การประเมินที่เน้นการปฏิบัติจริง

การประเมิน

กระบวนการและประเภทของการประเมิน

บันทึกความรู้เดิม

นักเรียนใช้การบันทึกเพื่อสะท้อนว่าตนเอง มีปฏิกิริยาอยางไรเวลาที่เกิดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุขึ้น ครูใช้ข้อมูลที่นักเรียนแลกเปลี่ยนเพื่อดำเนินการอภิปรายในห้องเรียนและจัด ปรับขั้นตอนการสอนตามประสบการณ์ของนักเรียน

รูบริกคุณสมบัติทางกายภาพ

นักเรียนใช้รูบริกเพื่อชี้แนะกระบวนการ คิดของตนเองในห้องแล็บที่ทำของเหลวและเป็นพื้นฐานสำหรับการให้ความเห็นย้อน กลับกับเพื่อนเวลาที่ประเมินสมาชิกคนอื่นในกลุ่ม ครูใช้รูบริกเพื่อประเมินการจัดการและทักษะการคิดและเพื่อจัดปรับขั้นตอนการ สอนตามกระบวนการในห้องแล็บและเพื่อระบุและวัดคุณสมบัติทางกายภาพ รูบริกนี้ปรับเพื่อให้เข้ากับการดัดแปลงที่ทำตามกิจกรรมในห้องแล็บสำหรับผู้ เรียนต่างระดับ: ห้องแล็บของเหลว (ห้องแล็บของเหลว), ห้องแล็บที่ปรับระดับหนึ่ง (ห้องแล็บที่ปรับระดับห้องที่หนึ่ง) ห้องแล็บที่ปรับระดับที่สอง (ห้องแล็บที่ปรับระดับห้องที่สอง) หรือห้องแล็บที่ปรับระดับที่สาม (ห้องแล็บที่ปรับระดับห้องที่สาม)

แผนภูมิการจัดการข้อมูล

แผนภูมิการจัดการข้อมูลช่วยนักเรียนทำการ ตีความที่มีความหมายจากข้อมูลที่สะสมและประยุกต์การตีความนั้นในโครงงานฉลาก ขั้นสุดท้าย ครูใช้ตารางข้อมูลเพื่อเน้นการวัดที่อยู่นอกเกณฑ์ของความถูกต้องที่ยอมรับ ได้และอภิปรายในห้องเรียน และเป็นการพิจารณาว่าโดยรวมแล้วห้องเรียนเป็นอย่างไร และบอกให้ครูทราบว่านักเรียนอาจต้องการขั้นตอนการสอนมากขึ้น ณ ที่จุดใด

รูบริกกระบวนการทดลอง

นักเรียนใช้รูบริกก่อน ระหว่าง และหลังการทดลองเพื่อกำกับคุณภาพของการทดลองที่อาจเป็นประโยชน์ต่อโครงงาน ขั้นสุดท้าย และยังใช้รูบริกสำหรับนักเรียนในการประเมินการทดลองของสมาชิกในกลุ่มอื่นและ เตรียมความเห็นย้อนกลับที่สามารถนำไปใช้กับการทดลองรอบที่สองและโครงงานขั้น สุดท้าย ครูใช้รูบริกเพื่อประเมินความสอดคล้องของการทดลองเมื่อเปรียบเทียบกับใบงาน การวางแผนของกลุ่ม เป็นพื้นฐานสำหรับคำถามในการประชุมกลุ่มรอบที่สอง และเป็นการประเมินขั้นสุดท้ายสำหรับการทดลองรอบที่สอง

ตารางตรวจสอบการทดลอง

นักเรียนใช้ตารางตรวจสอบเพื่อกำกับความก้าวหน้าเวลาที่ทำการทดลองและให้ความเห็นย้อนกลับกับสมาชิกของกลุ่มอื่น

คำถามการประชุม

ครูประชุมกับแต่ละกลุ่มเพื่อเตรียมให้ ความเห็นย้อนกลับเรื่องแผนการสำรวจและข้อคิดเห็นก่อนการทดลองเพื่อให้แน่ใจ ว่าการตีความภาระงานถูกต้อง และหลังการทดลองเพื่อให้มีเหตุผลหรือชี้นำใหม่ นักเรียนใช้ใบงานการประชุมเพื่อสะท้อนความเห็น เพื่อถามคำถามที่เฉพาะเจาะจง และเพื่อทำให้ขั้นตอนชัดเจนขึ้น

รูบริกการใช้ข้อมูลเพื่อเชิญชวน

กลุ่มใช้รูบริกเพื่อชี้แนะกระบวนการในการ พัฒนาฉลากของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนสุดท้าย และใช้ประเมินฉลากซึ่งกันและกันในตอนหลัง ครูใช้รูบริกเพื่อประเมินฉลากของนักเรียนเป็นรายบุคคลและยังใช้สำหรับข้อคิด เห็นต่อผลิตภัณฑ์โดยรวมของกลุ่มอีกด้วย

ตารางตรวจสอบฉลาก

นักเรียนใช้เพื่อกำกับความก้าวหน้าเวลาที่ออกแบบฉลากและเพื่อให้ความเห็นย้อนกลับกับสมาชิกกลุ่มอื่น

บันทึกการสะท้อนความเห็น

การสะท้อนความเห็นเปิดโอกาสให้นักเรียน สรุปว่ากระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะช่วยพวกเขาทำภาระงานให้เสร็จสมบูรณ์ ในหน่วยการเรียนรู้ได้อย่างไร ครูประเมินว่านักเรียนสามารถสังเคราะห์การเรียนรู้และสังเกตข้อผิดพลาดและ จุดแข็งของหน่วยการเรียนรู้ร่วมกันได้หรือไม่ เพื่อจะได้จัดปรับถ้าจำเป็น

การประเมินที่เน้นการปฏิบัติจริง

การประเมินขั้นสุดท้ายใช้เพื่อประเมิน ความสามารถของนักเรียนในการถ่ายโอนการเรียนรู้ใหม่ไปยังสถานการณ์ใหม่ การปฏิบัติงานเปิดโอกาสให้ครูได้สังเกตความสามารถของนักเรียนมากขึ้นเพื่อ วัดและได้รับคุณสมบัติของสารตามพื้นฐานของนักเรียนแต่ละคน

ผู้เขียนหน่วยการเรียนรู้

เทเรซา มาเวส (Teresa Maves) เข้าร่วมในโครงการอินเทล ซึ่งสะท้อนความคิดของเธอออกมาเป็นแผนการประเมินนี้ กลุ่มครูได้ขยายแผนออกเป็นตัวอย่างที่คุณเห็นอยู่นี้

การค้นพบโดยบังเอิญ

เหลียวมอง

ช่วงชั้น: ช่วงชั้นที่ 3
สาระการเรียนรู้:  วิทยาศาสตร์กายภาพ
หัวข้อ: คุณสมบัติของสาร วิทยาศาสตร์ในด้านความพยายามของมนุษย์ กระบวนการสืบค้นทางวิทยาศาสตร์
สาระสำคัญ: มวล ปริมาตร ความหนาแน่น การวัด คุณสมบัติของสารทางกายภาพและทางเคมี การออกแบบการทดลอง
เวลาโดยประมาณ:   3 สัปดาห์ (90 นาทีวันเว้นวันหรือ 45 นาทีทุกวัน)